Quit facebook : วันที่ 2

posted on 05 Sep 2016 15:12 by patrweera

เมื่อวานเป็นวันนที่รู้สึกหงุดหงิดตัวเองอยู่พอสมควร เพราะว่าไปเจอเพื่อนๆ พี่ๆ ไปดูละครสองเรื่องคือปีเตอร์แพน และเลิฟซินโดรม ระหว่างวันก็จะมีความรู้สึกผุดขึ้นมาอยู่ตลอดว่าจะเข้าเฟส จะอัพสเตตัส จะดูฝีด แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าผมจะไม่ใช้มัน พอกลับมาห้องเปิดคอมพิวเตอร์ ด้วยคาวมเคยชินก็คลิกหน้าเฟสก่อนเลย แล้วก็ปิดมันไป พอผมไม่ได้เข้าเฟสแล้วรู้สึกว่าไม่มีอะไรทำเลย หรือในอีกแง่หนึ่ง ก็มีเวลาให้ผมทำอย่างอื่น ได้เวลาที่ไม่คุ้นเคยกลับคืนมา 

วันนี้วันที่สอง ไม่ได้รู้สึกอาลัยอาวรณ์กับเฟสอีกต่อไปแล้ว การเลิกเล่นเฟสมันง่ายขนาดนี้เลยหรอ! ไม่ได้อยากเข้าไปดูฝีด แต่พอมีอะไรเข้ามา เช่นฟังเพลงเพราะๆ ก็อยากจะโพส อยากจะอัพสเตตัสบ้าง ก็เพียงแต่ปล่อยคาวมรู้สึกตรงนั้นให้ผ่านไป

มีข้อเสียจากการเลิกใช้เฟสที่เห็นได้อย่างหนึ่งคือการติดต่อจะลำบากขึ้นนิดหน่อย เพราะสำหรับบางคนจะใช้การคุยแชทเมสเซนเจอร์ในเฟส ทำให้รู้สึกเสียช่องทางการติดต่อไปทางหนึ่ง แต่ยังไงนอกจากเมสเซนเจอร์ ยังมีไลน์ที่เอาไว้คุยแชทติดต่องานได้ 

ไลน์ไปบอกเพื่อนก๊อฟว่าเลิกใช้เฟสประมาณ  3 เดือน มันไม่ว่าอะไร สงสัยคงจะเดาใจผมออกว่าเป็นยังไง 

วันนี้บ่ายๆ เมื่อไม่ได้เข้าเฟส เลยคิดว่าทำไรดีตอนพักว่างๆ ก็เลยมาฟังเพลงในยูทูบ แปลกดี ผมรู้สึกว่าเพลงมันเพราะขึ้นกว่าเดิม คือขอย้อนไปนิดหนึ่งว่าก่อนหน้านี้ผมรู้สึกมีปัญหากับตัวเองว่าทำไมช่วงหลังๆ มาฟังเพลงแล้วไม่ค่อยเพราะ ไม่ค่อยรู้สึกอะไรกับเพลงเท่าไหร่ แต่มาวันนี้มันเหมือนได้ฟังเพลงและอยู่กับเพลงจริงๆ ได้คิดถึงเรื่องราวหนหลังที่มันซาบซึ้ง 

หรือจริงๆ แล้วมันอาจจะไม่ใช่เพราะเลิกเล่นเฟซโดยตรงก็ได้ อาจจะเป็นเพราะอากาศเริ่มเย็นขึ้นก็ได้ แต่ผมว่าอย่างน้อย เฟซก็คืนปัจจุบันขณะให้ผมมา ถ้าหากผมยังอยู่กับฝีด อยู่กับการคิดสเตตัส ผมอาจจะไม่ได้ฟังเพลงเพื่อฟังเพลงแบบนี้ก็ได้ 

ผมคิดว่าความคิดถึงมันมีความหมายนะ การมีเฟสมันไม่ได้ทำให้ผมคิดถึง "คนหรือสิ่งที่อยู่ไกลออกไป" ในแง่เวลาและสถานที่เลย พอมีเฟสเหมือนกับว่าทุกคนยืนอยู่ต่อหน้าผม ล้อมรอบตัวผมตลอดเวลา ถ้าเป็นทฤษฎีทางการสื่อสารก็เหมือนกับเฟสมันได้ทำลายระยะห่างทั้งหลายออกไปจนหมด ซึ่งก็มีข้อดีอย่างมาก ผมสามารถแชทได้รวดเร็ว ผมสามารถเข้าไปดู "หน้า" เขาในไทม์ไลน์ได้ตามต้องการ และยิ่งมีฟังก์ชั่น Live ยิ่งทำให้ประสบการณ์ของผมใกล้ชิดติดกันแทบจะเรียกได้ว่าตลอดเวลา 

แต่ผมมาคิดว่า ความ “ไกลออกไป” มันมีความหมาย มีคุณค่าของมัน การทำลายระยะทาง บางทีเหมือนเป็นการทำลายคุณค่าบางอย่างที่ต้องอาศัยการรอคอย การเดินทาง การเก็บเกี่ยว สะสม เหมือนการหมักบ่มความคิดถึงให้มันได้ที่ คงเหมือนกับเหล้าที่ยิ่งนานยิ่งหอม แต่พอผมมีเฟส ผมไม่จำเป็นต้องเก็บความคิดถึงเอาไว้อีกแล้ว การสื่อสารจึงเป็นเหมือนฟาสต์ฟู้ดที่เสพได้เร็ว กินเร็ว ซึ่งมันก็มีคุณค่าทางจิตใจน้อยกว่า 

ผมว่าผมควรจะต้องใช้ชีวิต เจอนั่นเจอนี่ อาหารอร่อย สถานที่ที่สวยงามแล้วคิดถึงคนที่ผมคิดถึง เก็บมันไว้ หมักมันไว้ แล้วรอให้โอกาสพามาพบเจอ ดีกว่านั่งดูไทม์ไลน์ ดูแชทแล้วก็รู้สึกว่าเขาอยู่ตรงนั้น แต่เราไม่มีอะไรจะพูดกันเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รักและคิดถึงคนเล่นเฟสทุกคน 

edit @ 5 Sep 2016 15:22:01 by ภัทร วีระ

Comment

Comment:

Tweet