30 เมษายน ปีที่2

 

            อะไรคือสิ่งที่นักศึกษาจบใหม่ควรต้องทำ ? หางานในสาขาที่ตัวเองจบมา เข้าทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน ใช่สิ มันควรจะเป็นอย่างนั้น ผมจบในสายวารสารก็ต้องไปตรวจคำผิด ประจำกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์สักหัว นิตยสารสักเล่ม หรือไม่ก็ไปเป็นบรรณาธิกรจัดหน้าหนังสือที่ไหนสักแห่ง ผมเรียนจบแล้วเรียบร้อยจากสถาบันซึ่งรับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการในระดับปริญญาตรี ใฝ่ฝันถึงเงินเดือน 15,000 บาทตามที่รัฐบาลเคยหาเสียง แต่ผมก็ยังไม่ได้ไปสมัครงานที่ไหน ภาวะลักลั่นที่เกิดขึ้นคือผมกระเสือกกระสนที่จะเรียนต่อปริญญาโท แต่ทางบ้านไม่มีเงินที่จะส่งเสียผมอีกต่อไปแล้ว ผมต้องยอมรับในสภาวะการเงินของบ้านที่จำกัดจำเขี่ย ไหนจะหนี้เก่าที่กู้มาอีก และการทำงานในบริษัทอันซ้ำซากจำเจนั้นเป็นสิ่งที่ผมไม่ปรารถนาเอาซะเลย

            ตอนที่สอบสารนิพนธ์ ประธานคณะกรรมการแนะนำให้ผมไปแก้ในหัวข้อที่ยังบกพร่อง และยังชมอีกว่าวิเคราะห์ได้ละเอียดเหมือนระดับปริญญาโทเลย ทำให้ผมแอบใฝ่ฝันว่าจะได้ไปเรียนต่อโทที่เมืองหลวง การเคี่ยวกรำอ่านหนังสือทฤษฎีทางการสื่อสารยุคใหม่ในช่วงแก้สารนิพนธ์ทำให้ผมกลายเป็นมนุษย์วิชาการผู้เย่อหยิ่งอยู่พักหนึ่ง กว่าจะโดนความจริงของชีวิตสาดจนสร่างก็นานพอดู แต่ตอนนี้มันจบแล้ว โลกความจริงรอผมอยู่เบื้องหน้า มันช่างสดใสเสียจริง

            ผมย้ายที่อยู่อีกครั้งจากบรบือกลับมาอยู่ที่บ้านเกิด เมืองหล่มสักอันแสนน่าอยู่ อันที่จริงบรบือก็น่าอยู่เหมือนกัน มีข้อเสียประการเดียวคือคนที่นี่ชอบแซงคิว ถึงเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่เงียบสงบ ร้อนบ้าง แต่ก็บรรยากาศดี มีทิวทัศน์แปลก ๆ ของแดนเกลือรอบหนองบ่อให้แวะเวียนไปชื่นชม มีพี่วัตรเจ้าของร้านซึ่งเป็นญาติของผมคอยดูแลถามไถ่ตลอดเวลา แกเป็นเจ้าของร้านป้ายที่ขยายกิจการอย่างรวดเร็ว เมื่อก่อนสมัยเรียนมัธยมผมก็เคยทำงานที่นี่ คอยทำโครงป้าย แกะสติ๊กเกอร์ ตัดแผ่นพลาสติก ตกเย็นก็นั่งกินเหล้าหน้าร้านแซวสาว ๆ ที่ขับรถผ่านไปผ่านมา เป็นชีวิตวัยรุ่นที่สนุกสนานกับพี่ ๆ ที่ร้านอย่างยาวนาน นั่นก็เกือบหกปีมาแล้ว

            มีคนหนึ่งที่เห็นการเติบโตของผมเป็นครั้งคราวเมื่อผมกลับมาที่บรบือ คนนั้นคือน้าแดง ช่างทำเหล็กที่มีร้านอยู่ใกล้ ๆ กับร้านป้ายนี่เอง ผมกับพี่ที่ร้านรู้จักสนิทสนมกับแกดี บางครั้งมีเรื่องอะไรก็เอาไปปรึกษา และที่ขาดไม่ได้คือกินเบียร์ด้วยกัน เราพูดคุยกันได้เหมือนเป็นคนรุ่นเดียวกัน ถึงน้าจะอายุรุ่นพ่อแล้วก็ตาม เวลาผมคุยกับแกสบายใจเหมือนคุยกับเพื่อนคนหนึ่ง บางทีแกก็ปรึกษาผมในบางเรื่อง น้าแดงมักจะบอกกับผมเสมอว่าผมมีความรู้มากกว่าแก ผมก็เถียงทุกครั้ง ความรู้ของผมมันเป็นแค่ทักษะการประดิษฐ์ประดอยคำที่ฟังยาก ๆ ให้ดูแนบเนียนเพื่ออวดภูมิรู้อันกลวงเปล่าเท่านั้น แต่สำหรับ้นาแดง ความรู้เรื่องเครื่องยนต์กลไกและการทำเหล็กนั้นมีค่าและจับต้องได้กว่าหลายขุม

            ตอนที่ผมย้ายมาอยู่บรบือ วันแรกที่เจอน้าแดงแกถามผมยกใหญ่ว่าไปไหน ไปทำอะไรหายไปไหนมาบ้าง ผมก็ได้ทีคุยโวว่าไปฝึกงานหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งมา ได้เจอคนนั้นคนนี้ ดารานักข่าวดัง ๆ ได้นั่งเครื่องบิน ได้เขียนข่าวลงหนังสือพิมพ์หลายชิ้น แกรับฟังด้วยความตั้งใจ น้าแดงบอกผมว่าพี่ ๆ ที่นี่และน้าแดงยังคงถามถึงผมอยู่เสมอว่าช่วงที่หายไป ผมอยู่ที่ไหน ทำอะไร แกบอกผมด้วยว่าคิดถึงผมตลอด ตรงนี้ทำให้ผมประหลาดใจและซาบซึ้ง ผมไปหลาย ๆ ที่ ไปเจอใคร เจออะไรหลายอย่างตลอดเวลาที่จากบรบือมา ผมไม่คิดว่าผมจะเคยคิดถึงน้าแดงสักครั้ง หรือถ้ามีบ้างผมก็จำไม่ได้

            การที่เป็นใครสักคนที่ถูกคิดถึงโดยที่เราไม่เคยนึกถึงเขา ทำให้ผมละอายใจลึก ๆ ผมพูดถึงการเป็นนักเขียนปลอมของผมอย่างตรงกันข้ามให้น้าแดงฟัง แกออกจะตื่นเต้น "ถ้าเขียนจริง ๆ เอาชีวิตน้าไปใส่ด้วยนะ" ผมรับปากทันใดในตอนนั้น เป็นการรับปากแบบพล่อย ๆ ที่ผมทำประจำ

            น้าแดงยังทำโครงรถชอปเปอร์ บังโคลน ตัวถัง ท่อไอเสีย ที่เป็นงานฝีมือที่หาตัวจับยาก แกเคยเล่าว่าครั้งที่เป็นหนุ่มอยู่อู่แห่งหนึ่งที่กรุงเทพมีฝรั่งทาบทามให้แกไปเป็นช่างที่อังกฤษ แต่ด้วยปัญหาบางอย่างจึงไม่ได้ตกลงเซ็นสัญญาไปทำงานนั้น จนย้ายมาอยู่บรบือและทำงานเหล็กทุกชนิดที่มีคนมาจ้าง รวมถึงทำรถชอปเปอร์ที่แกถนัดด้วย น้าแดงก็ยังถามผมเหมือนเดิมเมื่อเจอกันว่า "ได้กินขนมแหนบบ้างไหม" ก็คือเรื่องอย่างว่านั่นเอง เราก็คุยกันประสาผู้ชาย คุยได้แม้กระทั่งเรื่องในร่มผ้า ผมได้ปรึกษาเรื่องโรคผู้ชายก็กับแกนี่เอง ผมยังนึกไม่ออกว่าถ้าไม่ใช่น้าแดงผมจะกล้าปรึกษาใครอีกไหม

            หนึ่งเดือนที่ผมอยู่ที่นี่เป็นไปอย่างว่างงาน ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน งานที่ร้านป้ายก็มีคนทำเต็มอัตราแล้ว ผมจึงใช้เวลาส่วนมากไปกับการหายใจทิ้งและอาศัยเล่นอินเตอร์เน็ตที่ร้านป้าย ยิ่งนานวันผมก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเห็บขึ้นทุกวัน ๆ และเงินในกระเป๋าก็ร่อยหรอ เหตุผลในการกินเงินทางบ้านไปวัน ๆ นั้นหมดลงแล้ว ผมจึงย้ายกลับมาบ้าน ก่อนกลับมามีปาร์ตีเล็ก ๆ เลี้ยงส่งผม มีพี่วัตร น้าแดง และพี่ ๆ อีก 2 คน เราเมากันจนสว่างที่ร้านน้าแดง "ว่าง ๆ กลับมาเยี่ยมกันมั่งเด้อ" น้าแดงพูดทั้งยังหลับตา

            เมืองหล่มสักยังสวยเหมือนเดิม เวลาที่ผมมาถึงที่นี่มักจะเป็นเวลาเย็นย่ำตะวันจะตกดินร่ำไป เวลารถลงจากเขาขับผ่านทุ่งยาสูบเข้าสู่เมืองความทรงจำเก่า ๆ สมัยเด็กมักหวนมาโชยกลิ่นความสุขอันหอมหวนทุกครั้ง น้ำตาผมไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว

            บิ๊กเพื่อนเก่าสมัยมอ 3 เดินมารับผมที่ท่ารถ มันคือหนึ่งในแก๊งค์เด็กอมมือที่ไม่เคยขาดการติดต่อกันจนทุกวันนี้ ช่วงซัมเมอร์ปิดเทอม เราก็จะกลับมาเจอกันประจำกับอีกห้าหกคนที่เหลือ เจ้าหวายกำลังจะมีลูกคนที่สอง ไอ้อ๊อฟทำงานที่ผับเป็นหัวหน้าวงดนตรีและมีลูกสาวแล้วหนึ่งคน ไอ้ปี เพื่อนและญาติย้อมหัวแดงและไปเต้นในผับทุก ๆ วัน ตั้วทำงานเป็นครูที่ลำปาง ไอ้เซ็กส์ เป็นช่างสัก ไปทำงานที่เกาหลี สามเดือนกลับบ้านที ไอ้กริดเป็นโยมอุปัฏฐากหลวงพ่อคอยเดินสายขับรถพาหลวงพ่อไปนั่นไปนี่ ส่วนไอ้ไกด์ ไปเป็นพนักงานรถไฟที่ปากช่อง มีลูกสาวเล็ก ๆ เหมือนกัน

            การจะหาโอกาสมาเจอกันแบบครบทีมนั้นก็ยากขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น เพื่อน ๆ ของผมแต่ละคนเป็นคนทำงานกันอย่างเต็มตัวและจริงจัง มีเพียงผมและไอ้บิ๊กที่มันเพิ่งจบมาจากเชียงใหม่ที่ยังไม่ได้ทำอะไร ไอ้บิ๊กคนนี้ก็คือคนเดียวที่พาผมไปคาราโอเกะไทยใหญ่ที่เชียงใหม่คราวที่ไปทำข่าวตอนฝึกงาน และมันคนนี้นี่เองที่ไปลักปลาจากที่ดักมาทอดให้ผมกินเมื่อตอนมันไปหาผมที่สารคามตอนอยู่ปี 2 และมันผู้นี้เองที่ผมเคยเป็นลูกมือช่วยขายราดหน้าที่หน้าอำเภอหล่มสักเมื่อตอนผมพักซัมเมอร์ปี 2 

            เมื่อกลับมาถึงผมก็นึกเรื่องราดหน้าขึ้นมาได้พอดี ใช่แล้ว ขายราดหน้ากันดีกว่าถึงแม้จะไม่ได้กำไรมากแต่ก็พอเลี้ยงตัวได้ เพราะคราวนั้นขนาดเราทำเล็ก ๆ ยังมีลูกค้าติดใจและมาซื้อเยอะเหมือนกัน ผมเอาเรื่องนี้ไปคุยกับไอ้บิ๊กบนม้าหินอ่อนหน้าร้านขายของชำแถวโรงพยาบาลในบ่ายวันหนึ่ง มันเห็นดีเห็นงามด้วยเพราะมันก็ยังไม่ได้ทำอะไรเหมือนกัน "ถ้าทำดี ๆ คนติดเลยล่ะ ป้ากูมีเคล็ดลับทำน้ำราดหน้า อร่อยอย่างนี้เลย" มันว่าแล้วยกแก้วเป๊กสี่สิบกระดก เมื่อได้ยินดังนั้นผมจึงอดยิ้มไม่ได้ ร้านราดหน้าของเราต้องไปได้สวย ไอ้บิ๊กคุมเรื่องรสชาติ ผมเป็นลูกมือออกแรง ซื้อของมาเตรียม ทุกอย่างต้องไปได้สวย ผมขอยืมเงินพี่ชายมาสามพัน บิ๊กก็เอามาสมทบสามพัน แม่ผมบอกว่าฉันส่งแกเรียนเพื่อให้แกมาขายราดหน้าหรอ ผมบอกว่าทำอะไรถ้าไม่โกง ไม่ทุจริตก็ดีทั้งนั้นแหละ แม่ผมเลยไม่พูดอะไรอีก

            วันพรุ่งนี้เป็นวันแรกที่เราจะเปิดร้าน เราขายตอนเย็นเพราะฉะนั้นก็เริ่มเตรียมเครื่องตอนบ่าย ส่วนผมต้องไปตลาดแต่เช้าเพื่อซื้อของ ช่วงแรก ๆ ไอ้บิ๊กจะไปกับผมด้วยเพราะผมยังเลือกดูของไม่ค่อยเป็นนัก ต้องให้มันสอนแนะนำก่อน หลังจากนั้นสักอาทิตย์ผมถึงจะมาซื้อคนเดียวได้ ส่วนตอนบ่ายมันก็เตรียมน้ำราดสูตรเด็ดของมันไป ผมก็นอนได้จนถึงบ่ายแก่ ๆ แล้วถึงออกไปหน้าอำเภอด้วยกัน เราวางแผนดำเนินการไว้หมดแล้ว หวังว่ากิจการราดหน้าคงไปได้สวย

            เย็นวันนี้ มีอีเมลที่ผมไม่ค่อยคุ้นในกล่อง ผมเปิดดูนั่งนึกอยู่ไม่นานก็นึกออก ชม ที่ผมเจอเธอตอนไปทำข่าวช่วงฝึกงานนั่นเอง เธอเขียนมาว่า

 

            หวัดดีค่ะ ภัทร

            ไม่ได้เจอกันนานเลยเนอะ เป็นไงบ้างนิยายไปถึงไหนแล้ว ตอนนี้นิยายชมเกือบเสร็จแล้วล่ะ ภัทรส่งมาให้อ่านบ้างสิ แลกกัน วันหนึ่งคงจะได้เจอภัทรแจกลายเซ็นที่งานสัปดาห์หนังสือนะ แล้วมีโอกาสคงได้เจอกัน แล้วก็ อื้ม ที่กองบรรณาธิการมีตำแหน่งว่างนะถ้ายังไม่ได้ทำงานที่ไหนลองมาสัมภาษณ์ดูสิ แล้วก็จะได้ไปคุยกันเรื่องนิยายแล้วก็เรื่องอื่น ๆ ด้วย

                                   

            ระลึกถึงจ้า

                ชม

 

            ผมไม่รู้จะตอบอีเมลเธอไปอย่างไร เลยตัดสินใจไม่ตอบ หนึ่ง ผมไม่มีนิยายที่ว่า สอง ผมคงไม่ได้เจอเธออีกแล้วจากนี้ไป ผมยังมีงานต้องทำ ต้องรีบนอนแล้วตื่นแต่เช้า เพราะพรุ่งนี้ต้องไปตลาดกับบิ๊ก

            ขืนตื่นไม่ทันมันด่าผมตายห่า.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.

.. อุทิศแด่ อภิชาติ จันนาเวช

 edit @ 8 May 2012 18:06:59 by ภัทร วีระ

edit @ 8 May 2012 18:12:20 by ภัทร วีระ

edit @ 5 Jun 2012 21:40:14 by ภัทร วีระ

Comment

Comment:

Tweet

5555แล้วได้ขายปะ

#4 By (49.48.191.146|49.48.191.146) on 2014-03-18 19:24

5555แล้วได้ขายปะ

#3 By (49.48.191.146|49.48.191.146) on 2014-03-18 19:23

ชอบเรื่องนี้คะ สมูทดี ไม่มีอารมณ์แอบแฝง

#2 By (202.29.7.200|202.29.7.200) on 2014-03-03 22:10

ชอบเรื่องนี้คะ สมูทดี ไม่มีอารมณ์แอบแฝง

#1 By (202.29.7.200|202.29.7.200) on 2014-03-03 22:09