สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านเช่นเคยกับเคาะกระทะโดยสมร สอนเสมอ คนสวยคนเดิม (อิอิ) วันนี้เป็นเมนูแบบสยามแลนด์แดนไทยของเรานี่เอง นั่นคือมัสมั่นแกงแก้วตาหอมยี่หร่า บลา ๆ ๆ ที่เราคุ้นเคยกันดีแต่วันนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ เพราะสมรชอบนอนตะแคงข้างมาแต่ไหนแต่ไร จะให้ทำอะไรบ้าน ๆ พื้น ๆ นั่นไม่มีวันอยู่แล้ว จึงขอเสนอ "มัสมั่นประเทศกำลังพัฒนาและปรับสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยซึ่งมีหัวรบนิวเคลียร์เป็นซุ้มประตูเมือง" 
      ใคร ๆ ก็คงทราบกันดีว่าหัวรบนิวเคลียร์นั้นมีรสชาติอร่อยและหาทานได้ยาก ส่วนมากต้องสั่งมาจากเกาหลีเหนือ หรือสั่งมาจากยุโรป ฤดูกาลที่ขีปนาวุธจะออกผลผลิตนั้นไม่แน่นอนนัก แต่ส่วนมากจะออกมาตอนเกิดบรรยากาศมาคุในคาบสมุทรบอลข่าน หรือทะเลจีนใต้ ราคาของมันก็แพงพอสมควร ฉะนั้นหากใครที่มีฐานะไม่ค่อยดีนักแนะนำให้ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7 เปอร์เซ็นต์เป็น 18 เปอร์เซ็นต์ให้ได้สักสามไตรมาส ดีไม่ดีอาจได้ค่าขนมอีกเล็กน้อยมาเพื่อซื้อภราดรภาพและเสรีภาพของมวลมนุษย์ชาติมาทานเป็นของแกล้มอีกด้วย ส่วนวิธีทำก็ไม่ยากก่อนอื่นเรามาเตรียมส่วนผสมกันก่อนเลย
 
ส่วนผสม
1. หมาเน่าตาย 5 วันเป็นอย่างน้อย
2. เสลดพระภิกษุอาพาธ
3. เพื่อน ๆ เราที่เป็นคนไม่เอาไหน 2-3 คน
4. ตาซ้ายแร้งวัดสระเกศ 
5. หัวรบนิวเคลียร์ประมาณ 3-4 หัว (สำหรับทานกันประมาณ 3 หมื่นคนและและได้ดมกลิ่นอีก 7 แสนคน)
6. ปริญญาดุษฎีบัณฑิตทางด้านการนวดน้ำมัน
7. ความไว้ใจ (ซื้อได้ตามร้านขายของเก่า)
8. ซัดดัมฮุสเซน (หากหาไม่ได้ในท้องตลาดอนุโลมให้ใช้บารัคโอบามาแทนได้)
9. ไอโฟน 4
10. ขาดไม่ได้ น้ำพริกแกงมัสมั่น

      อย่ามัวชักช้าเรามาเริ่มปรุงอาหารจานเด็ดโดยตั้งกระทะเทน้ำลงไปประมาณ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร พอน้ำเดือดแล้วนำเพื่อนที่ไม่เอาไหนลงไปลวก (โดยให้เพื่อนที่ไม่เอาไหนอีกคนช่วยดึงเชือกมัดเท้าแล้วหย่อนลงลวกก็ได้) ลวกเพื่อน ๆ ไม่เอาไหนเสร็จแล้วเอาไอโฟน4ที่หั่นฟอยมาหมักคลุกเคล้ากับน้ำเหลืองที่คั้นจากหมาเน่าให้ทั่วแล้วหั่นเพื่อนเป็นท่อนเล็ก ๆ (ท่านผู้อ่านคงไม่ลืมถอดเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย หมวก อินธนู ถุงเท้า ถุงยาง วิสแบนด์ นาฬิกาข้อมือ หากเพื่อนคนไหนสวมชฎาก็ถอดออกด้วยค่ะ) หมักและหั่นเพื่อนที่ไม่เอาไหนเสร็จวางพักไว้ก่อนที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ตรงที่ที่เราเคยรักกัน แล้วกลับมาเตรียมน้ำพริกแกงมัสมั่น ก็เอาน้ำพริกมาเทลงกระทะแล้วเคี่ยวไฟอ่อน ๆ โดยให้เพื่อนที่เอาไหนมาช่วยก็ได้เพราะต้องการความพิถีพิถันพอสมควร หากเพื่อนถามว่าต้องทำอย่างไรในการนี้ ง่าย ๆ ค่ะ ขับรถออกไปร้านหนังสือใกล้บ้านแล้วซื้อหนังสือทำอาหารไทยมาให้เพื่อนอ่าน
      ขั้นตอนต่อไปหลังจากดูซิมป์สันพร้อมกับดื่มโค้กกินมันฝรั่งทอดเสร็จแล้วนำเสลดพระภิกษุอาพาธในกระโถนไปเททิ้งในห้องน้ำแล้วล้างกระโถนให้สะอาด นำไปวางไว้ที่ใต้เตียงพระภิกษุอาพาธเช่นเดิม แล้วนำความไว้ใจมาละลายน้ำแข็งในไมโครเวฟ จากนั้นนวดจนความไว้ใจนุ่มแล้วยัดเข้าไปในซัดดัมฮุสเซนที่ขอดเกล็ดและควักเอาหมึกออกแล้ว นำไปอบในเตาอบที่ความร้อน 1800 เคลวิน 2 นาที วางพักไว้ให้เย็นลงสักพักก็หั่นเป็นแว่น สำหรับเทรวมกับหัวรบที่สุกแล้ว
      มาถึงตอนสำคัญคือต้องนำส่วนหัวรบมาใส่ในน้ำแกงมัสมั่นที่เพื่อนที่พอไว้เนื้อเชื่อใจได้เคี่ยวจนได้ที่ (หากเพื่อนนอนหลับคากระทะแปลว่าได้ที่แล้ว) ตรงนี้มีเคล็ดลับสำคัญที่ต่อไปแม่มมันคงไม่ลับแล้ว (ก็เอามาบอกมันจะลับตรงไหน) คือต้องค่อย ๆ จุ่มหัวรบลงไปก่อน ช้า ๆ จนจมน้ำแกง สักสามนาทีจึงโยนตาซ้ายแร้งวัดสระเกศลงไป(แร้งวัดสระเกศมีตาสามข้าง คือข้างขวา ข้างซ้ายและค่างห้าสี) บางคนดันไปใส่ตาซ้ายแร้งวัดสระเกศก่อนเพราะคิดว่าจะสุกช้ากว่า แต่อันที่จริงแล้วการกระทำเช่นนั้นละเมิดบทบัญญัติทางศีลธรรมของนักการเมืองข้อ 5 ที่ระบุว่า ห้ามนักการเมืองขับรถจักรยานยนต์ในขณะไหว้พระหรือกล่าวถึงพระตรีเอกภาพอยู่ ซึ่งจะทำให้แกงมีกลิ่นคาวแปลก ๆ กลิ่นคาวแบบนี้ใครได้ดมก็อ้วกเท่านั้นล่ะค่ะ เอาเพื่อนไม่เอาไหนมาเทลงรวมกับซัดดัมยัดไส้ความไว้ใจหั่นแว่นต้มต่ออีก 2 นาที ยกกระทะถือไว้ อย่าเพิ่งวางจนกว่าโปสการ์ดจากดวงจันทร์จะมาถึง
      สุดท้ายแล้วค่ะ เมื่อโปสการ์ดมาถึงแล้วก็เอาแกงมัสมั่นประเทศกำลังพัฒนา...(ชื่อจะยาวไปไหน) นั่นแหละค่ะ เทใส่ปริญญาดุษฎีบัณฑิตทางด้านการนวดน้ำมัน เสร็จแล้วฉีกโปสการ์ดที่มาจากดวงจันทร์โรยหน้า เท่านี้เราก็ได้แกงมัสมั่น...(ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจ) อร่อย ๆ เอาไว้ทาถูบริเวณที่แมลงสัตว์กัดต่อยแล้วละค่ะ
      แกงมัสมั่นก็เหมือนใจคน พอถึงยามอับจนก็เมินหนีหน้ากัน ดิฉันไม่เข้าใจน้ำใจมนุษย์เลยจริง ๆ .
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 


 

 

...


edit @ 3 May 2012 10:10:50 by ภัทร วีระ

edit @ 3 May 2012 12:11:10 by ภัทร วีระ

Comment

Comment:

Tweet

แร้งวัดสระเกศมีตาสามข้าง คือข้างขวา ข้างซ้ายและค่างห้าสี  555+ แสส

#2 By Salapaomoodang (103.7.57.18|10.0.100.10, 1.2.211.141) on 2012-06-23 15:48

sad smile บางอย่างยังไม่เข้าใจ อาจจะเป็นเพราะว่ายังโตไม่พอและนัยน์ตาคู่นี้ยังไม่เบิกกว้างพอ^^ เขียนออกมาอีกนะคะ

#1 By Move Wanida on 2012-05-07 14:57