ว่าด้วยยีราฟ
posted on 25 Sep 2009 01:51 by patrweera in shortstory 
จริง ๆ แล้วผมก็เป็นคนขี้เขินอยู่หน่อย ๆ ตอนที่ลูกผมตะโกนว่า "พ่อน่ารักที่สุดเลย" แล้วกระโจนใส่น่ะ ผมก็รู้สึกว่าทำตัวไม่ค่อยจะถูกเหมือนกันนะ ดีใจปลาบปลื้มบอกไม่ถูก ไอ้ที่เคยดูในทีวีที่เขาทำกันผมก็พอจำได้อยู่หรอก พ่อลูกกอดกันรักกัน แต่ไม่แน่ใจว่าถ้าผมทำอาการแบบนั้นแล้วจะเข้ากับหน้าปลาจรวดแบบผมรึเปล่า ผมเลยไม่ได้ว่าอะไรเจ้าได้แต่ลูบหัวลูก ลูกชายตัวดีของผมเป็นคนช่างพูดช่างเจรจาได้แม่ไม่มีผิด แต่ผมไม่ใช่ไง ส่วนมากผมเงียบ
ผมจะไม่ชี้ชวนให้คุณดูปรากฎการณ์อื่นที่อยู่รอบ ๆ หรอก เช่น นกจู๋จี๋กันบนกิ่งไม้ ผัวเมียเล่นตบแผละกันในบ้าน ปลาทองขี้ออกมาเป็นสายในตู้กระจก แมลงวันตอมขี้หมาในสวนหลังบ้าน หรืออุกกาบาตขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 ไมล์พุ่งชนดาวสารวัตร521 บนขอบแกแล็คซี่ทางช้างเผือกด้านโน้น(ที่ไม่ใช่ด้านนี้) ผมขอให้คุณดูนี่เลย
ยี่ราฟอยู่ในสนามหญ้าหน้าบ้านผม
การสั่งซื้อยีราฟไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่าย ๆ คุณก็คงทราบกันดี มันเป็นเรื่องจุกจิกวุ่นวายพอ ๆ กับการทำไก่อบปี๊บ สนธิสัญญาว่าด้วยการกระทำต่อสัตว์ การขนสัตว์ การครอบครองสัตว์บางประเภท หรือการลักลอบนำสัตว์แม้กระทั่งกฎหมายเกี่ยวกับไอ้สัตว์ต่าง ๆ นานา นั่นผมผ่านมาทุกอย่างแล้ว ไว้ใจได้ ผมไม่แปลกใจที่เมียผมรู้สึกพรั่นพรึงกับอำนาจของสัตว์ที่จะกระทำต่อรัฐ แต่ผมก็บอกแล้วว่า ไม่เป็นไร ผมขออนุญาติทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว สีหน้าเธอยังกังวลอยู่ผมเลยแบกกระสอบเอกสารการขออนุญาติต่าง ๆ มากองให้เธอวินิจฉัยดู ตอนนี้ผ่านไปครึ่งชั่วโมงเธอพึ่งอ่านมาได้ได้ครึ่งกระสอบ
คุณต้องนับถือความพยายามของผมแน่ ๆ แต่ผมขอให้คุณเปลี่ยนมันเป็นความอาทรเอ็นดูสุดหวงแหนให้กับหนังสือ เขาขอให้ผมช่วยยกเขาขึ้นไปขี่หลังมัน แต่ไม่ไหวหรอก เราคงต้องไปยืมบันไดเหล็กสำหรับเปลี่ยนหลอดไฟจากน้ายามหน้าหมู่บ้านมาเสียก่อนถึงจะทำได้ ผมเลยชวนเขาตั้งชื่อมันก่อนที่เราจะทำอะไร ๆ กับมันต่อไป เจ้ายีราฟจำเป็นต้องมีชื่อ ถือเป็นการรับมอบยีราฟเป็นของขวัญอันสุดวิเศษ
"หนังสือ ตั้งชื่อให้มันสิลูก" ผมว่า
"หัวมันสูง เท่าหลังคาบ้านเราพอดีเลยพ่อ" ผมประคองหลังเขาไว้ ไม่ให้หงายล้มลงตามน้ำหนักหัว
"และแน่นอน บนหลังคามีถาดอาหารสำหรับมันรอไว้แล้ว" ลูกผมได้ยินดังนั้นก็ลิงโลดอยากปีนขึ้นหลังคาทันที ผมต้องเตือนเขาอีกครั้ง เจ้ายีราฟจำเป็นต้องมีชื่อ เขาต้องตั้งชื่อให้มันก่อน
"ชื่อเปรตดีไหมพ่อ" ลูกผมโพล่งออกมาทันทีทันใด
"อืม พ่อว่ามันสั้นไปนะ" ผมแนะ
"ไอ้เปรต !" เขาหัวไวเสมอแหละ "ชื่อไอ้เปรตดีไหมพ่อ"
"เป็นชื่อที่ดี" ผมว่าแล้วลูบหัวหนังสืออย่างเอ็นดูสุดหัวใจ
ดูเขาสิว่าชอบมันขนาดไหน เขาวิ่งปรู๊ดขึ้นไปบนบ้านแล้วเปิดหน้าต่างห้องนอนออกทันใด ยื่นหน้าออกมาทักทาย "ไอ้เปรตตตตต" เขาตะโกนสุดเสียง ยิ้มร่าไม่หุบ ไอ้เปรตหันขวับมาหาเทวดาน้อยของผม แลบลิ้นเลียหน้าเขาแผลบ ๆ ผมไม่ช้าหรือโง่ขนาดที่จะไม่ระแวงระวังอะไรหรอก ตอนนี้ผมอยู่ข้างเขาเพื่อประคองไม่ให้เขาตกลงไป เราพ่อลูกเปียกปอนด้วยน้ำมูกเจ้าไอ้เปรตเมื่อมันจามใส่หน้าจัง ๆ เราหัวเราะสนุกสนานกัน มันเป็นภาพที่ผมรอคอยมาแสนนาน
การจะเลิกล้มความตั้งใจที่จะทำเพื่อลูกเป็นที่ผมไม่มีวันทำซะหรอก จากแอฟริกามาจนถึงสุวรรณภูมิ จากสุวรรณภูมิมาจนถึงไดมอนแกรนด์วิลเลดจ์ ไม่มีใครจะหยุดยั้งผมได้หรอก ชีวิตคุณจะมีอะไรมากไปกว่าหนังสือ ถ้าคุณได้เข้าใจ ผมไม่สามารถอ้างสิ่งอื่นใดได้นอกจากการเพิกเฉยต่อความเป็นเลือดเนื้อเชื้อไข ความจรรลัยขี้เกียจสันหลังยาว ความอ่อนข้อ ความตอแหล ความเรือล่มปากอ่าว ความนกกระจอกไม่ทันจิบน้ำ คุณก็อ้างไม่ได้เต็มปาก ก็เขาอยู่นี่ไง แก้วตาดวงใจผม ถ้าผมไม่ทำอะไรเพื่อเขา ผมก็ไม่รู้จะทำอะไรแล้วสำหรับชีวิตนี้ ทุกวันคืนเขาเฝ้าวาดระบายสียีราฟตัวแล้วตัวเล่า ยีราฟสีแดง ยีราฟสีเหลือง ยีราฟที่สวมสูท ยีราฟบนบัลลังค์ ยีราฟลงจากลีมูซีน ยีราฟกับบิกินีตัวจิ๋ว เขาวาดมาหมดแล้วทั้งนั้น ผมไม่มีความลังเลใจแม้แต่น้อยที่จะมอบเจ้าไอ้เปรต(ชื่อสุดวิเศษที่เราตั้งด้วยกัน)ให้เขาอย่างปลื้มใจ
สำหรับเจ้ายีราฟแม้มันจะดูประดักประเดิดในสถานที่ใหม่บ้างก็ไม่ต้องกังวลอะไรไปมาก ผมมีที่ปรึกษาจากสวนสัตว์ดุริยะวนา สามารถโทรหาได้ตลอด 24 ชั่วโมงและเขาเสนอตัวที่จะมาให้อาหารมันทุกวัน ถึงแม้กระนั้นเราก็ไม่จำเป็นต้องรบกวนเขาขนาดนั้นเพราะหนังสือต้องการจะให้อาหารมันเองด้วยความเอาใจใส่ มันเป็นหน้าที่ที่หนังสือสมควรทำในฐานะเจ้าไอ้เปรตเป็นเพื่อนของเขา วันนี้มันยังไม่ได้กินมื้อเย็น ผมจึงชวนเขาไปโค่นยูคาลิปตัสท้ายหมู่บ้านมาสักต้น เขาคว้าขวานใต้บันไดแล้ววิ่งโลดออกจากบ้านไป
"เร็ว ๆ พ่อ มันคงหิวแย่แล้ว"
ผมคว้าเลื่อยตามเขาออกไป หันไปทิ้งสายตาให้เมียบอกว่าไม่ต้องห่วงนะจ๊ะที่รัก เมียตอบด้วยสายตากลับมาว่า (ปิ้ง ๆ ๆ ๆ) แปลว่า เดี๋ยวจะทำอาหารเย็นมื้อพิเศษไว้รอ ผมบอกกลับไปว่า (ปิ้ง ๆ ๆ จุ๊บ ๆ ) แปลว่า เยี่ยมไปเลยจ่ะ เมียผมตาเป็นประกายด้วยความซาบซื้องในวีรกรรมของผม
"เดี๋ยวมานะจ๊ะ" แล้วผมก็วิ่งตามหนังสือออกไปทันทีด้วยใจปลาบปลื้ม
edit @ 29 Sep 2009 13:06:57 by ภัทร วีระ

ไหลลื่น...
หลุดกรอบ...
นั่นคือสิ่งที่ข้าคิด...
หลังจากอ่านงานเขียนของท่าน ^_^
--เป็นกำลังใจให้ท่านในงานเขียนชิ้นต่อไป...
#1 By JooN (113.53.175.113) on 2009-09-25 20:27