ยังจำได้รึเปล่า
posted on 20 Sep 2009 14:40 by patrweera in shortstory
...
"ความบัดซบระยำหมาอย่างหนึ่งของมนุษย์คืออะไรรู้ไหม" พี่สันถามเพื่อจะให้คำตอบที่ตัวเองจะตอบหนักขึ้น แววตานิ่งสงบ
"ขี้ลืมไง ขี้ลืมกันฉิบหาย" แกชิงตอบเองทันที แล้วหัวเราะ หึ ๆ
"คนดี ๆ ที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตแล้วทำให้พี่มีความสุขน่ะ ถ้าพี่ยังพอจะจำเขาได้ละก็ พี่คงไม่ต้องวิ่งเข้าไปหาความเลือนลางข้างหน้าหรอก คนเราหวังและเชื่อว่าสิ่งดี ๆ มีรออยู่ข้างหน้าแต่หารู้ไม่ว่าแท้ที่จริงมันได้เลยผ่านไปแล้ว"
ถึงแม้ผมจะไม่เชื่ออย่างที่แกพูดนัก แต่พอได้ไตร่ตรองกลับไปเจอภาพในวันเก่าแล้ว ผมก็รู้สึกตื่นขึ้นมาในอกและเริ่มเข้าใจในสิ่งที่แกบอกจริง ๆ "แกลองนึกดูดี ๆ สิ" พอแกย้ำอีกที ภาพความทรงจำเก่า ๆ ที่ย้อนกลับมาทำเอาผมน้ำตารื้น
"ปัญหาของคนเราอีกอย่างคืออะไรรู้ไหม" เช่นเดิม แกถามเพื่อเรียกร้องความสนใจมากกว่าคำตอบ
"คือพวกแม่งอยู่เฉย ๆ กันไม่เป็นนี่แหละ" พี่สันยิ้มเยาะอย่างผู้รู้โลก ผมทำหน้าหมางงตอบ
"ก็ถ้าเราเติมเต็มตัวเองจากความไม่ลืมได้ ก็คงไม่ต้องดิ้นรนหาความสุขที่ไม่มีจริงข้างหน้ากันหรอก" ตอนนี้พี่สันส่อแววตาคับแค้นออกมานิดหน่อย "อากาศร้อนฉิบหายว่ะ อาบน้ำดีกว่า" แกปัดผ้าขาวม้าซ้ายขวา
แล้วใครล่ะ ที่จะนึกเอาความสุขในอดีตมาเติมเต็มได้ทันท่วงทีที่ขาดมัน แล้วจะได้ผลจริงหรือ หรือมันจะให้ผลตรงกันข้ามคือแทนที่จะเติมเต็มอาจทำให้รู้สึกขาดแคลนมันมากกว่าเดิม แน่นอนว่าการนึกถึงบะหมี่ไม่อาจทำให้รู้อิ่มขึ้นมาได้ หรือการนึกถึงแอร์คอนดิชั่นหรือน้ำตกไม่อาจทำให้รู้สึกเย็นขึ้นมาได้เมื่อยืนกลางแดด แต่พี่สันบอกว่า การนึกถึงความรักในอดีตในยามที่เรไม่มีใคร มันจะทำให้เรารู้สึกอุ่นเหมือนรักโอบกอดไว้เช่นเดิมได้
ผมไม่ได้แย้ง ตอนนี้ผมก็รู้สึกอย่างนั้น
"ถ้าเธอคือความรักที่อบอุ่นที่สุด นึกถึงตอนที่เงียบเหงาใจสิ อย่าเผลอลืมไปซะก่อนว่าแกมีช่วงเวลาที่ดีแบบนั้น"
ยามสายท้องฟ้าวันนี้มีเมฆบางตา ผมสังเกตว่าทั้งแสงแดดและลมเรื่มเปลี่ยนทิศทาง คงใกล้เข้าฤดูหนาวแล้วเหมือนเดิมทุก ๆ ปี พี่สันเดินกลับเข้าไปในบ้านผ้าขาวม้าตัวเก่าพาดบ่า นุ่งกางเกงเลบาง ๆ แกเข้าไปอาบน้ำให้สดชื่นคงช่วยให้สร่างมึนเมาบ้าง ผมก็มีอาการปวดหัวตึ๊บ ๆ ค้างอยู่เหมือนกัน ผมยังทอดกายอยู่ที่ระเบียงข้างบ้าน ในหัวยังคิดค้างกับคำที่พี่สันฝากไว้
"คนเราขี้ลืมกันบัดซบ หัวใจเราขี้ลืมบัดซบว่ะ"
ยอดหญ้าบนผืนดินกว้างหลังบ้านปลิวไหวตามลมเป็นระลอกคลื่น ต้นหูกวางท้ายที่ดินเริ่มปลิดใบตัวเองทิ้งพอเห็นใบหูกวางร่วงทำให้ผมคิดถึงปีก่อน ผมยังจำได้ ใบหูกวางร่วง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เบอร์โทรศัพท์ที่ถูกบันทึกชื่อไว้แต่ไม่เคยโทรมาสักครั้งกระพริบบนหน้าจอ "แกไปเที่ยวกันปะ" เสียงเธอเจื้อยแจ้วดังเดิม เสียงนั้นนำพาผมไปไกลจากที่นี่ นำพาเอาชีวิตช่วงหนึ่งประทับความทรงจำที่ดีที่สุดเอาไว้ หนึ่งปีผ่านมาผมยังจำเหตุการณ์นั้นได้ แต่ถ้าผมไม่หวงความจำได้นี้ บางครั้งผมอยากให้มันปลิวไปกับลมเดือนตุลามากกว่า บางครั้งมันไม่ได้เติมเต็มความสุขให้ กลับทำให้เราเรียกร้องอยากย้อนเวลาให้ได้
แต่เรารู้ดีว่าไม่มีทางทำได้
"ถ้าย้อนเวลาได้ก็คงจะดี" ผมคิดออกเสียง พี่สันกลับมายืนดูบุหรี่ที่ระเบียงไม้ร่มรื่นที่พักผ่อนแสนสุขของเราขยี้ผมเปียกปอนไปพลาง
"ย้อนไปได้สิ " แกเว้นให้ผมคิดแป๊บนึง จังหวะการพูดแกมักมีหลุมความคิดเสมอ "แกก็นึกถึงมันแล้วหลับตา" แกยิ้มออกมาแล้วหลับตาพริ้ม เหมือนเห็นภาพอะไรบางอย่างในโลกหลังม่านดวงตานั้น ผมอดยิ้มตามไม่ได้ ก็คงเพียงเท่านี้ล่ะมั้งที่เราพอจะทำได้ สิ่งที่ดีในชีวิตที่ผ่านมา เราคงต้องจดจำและระลึกถึงมันไว้เสมอ ถึงแม้มันจะเป็นเพียงความทรงจำก็ตาม พี่สันลืมตาแล้วหันควับถามผม
"ว่าแต่ แกยังจำได้รึเปล่า"
"จำได้" ผมยิ้ม
"เออดี ถ้าไม่งั้นก็จบเห่ ไม่เหลือห่าอะไรแล้ว" ว่าแล้วก็ดีดบุหรี่ทิ้งเดินงุด ๆ เข้าบ้าน ปล่อยผมไว้ที่ระเบียงไม้ สายลมพัดยอดหญ้ากับท้องฟ้าสีสดอีกครั้ง
เรื่องของเรา - Nop Ponchamni
edit @ 25 Sep 2009 03:12:18 by ภัทร วีระ

เรื่องของแกอาจจะไม่มีฉัน
แต่เรื่องของฉันที่มีแกอยู่ข้างในนั้นเสมอ
#1 By ด.ญ.แป้งจี่ on 2009-09-24 11:01