คนจัญไร
posted on 15 May 2008 18:23 by patrweera in shortstory
เป็นประจำทุกครั้งที่ผมมาเยี่ยมอ้ายศพเพื่อนรักมันจะต้องอยู่ในสภาพเปลือยท่อนบน ท่อนล่างอาจเป็นบ๊อกเซอร์ตัวจิ๋วสีชมพูลายอุลตร้าแมน หรือไม่ก็ลายโดราเอมอนสีฟ้าอ่อน แต่คราวนี้เป็นผ้าขนหนูเน่า ๆ ที่นาน ๆ ทีจะได้ซักหรือสัมผัสกับแดดแรง ๆ ทำให้มีกลิ่นเหมือนจิ้งจกที่ถูกบานพับหนีบตายสักอาทิตย์หนึ่ง
"ว่าไงฉัตรเพื่อนรัก" มันทักด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
มันกลับไปนั่งที่หน้าคอม ฯ แล้วคลิกเปิดเพลงซึ้ง ๆ ฟังอย่างดูขัดเขิน ลุกขึ้นเดินไปเดินมารอบห้องอย่างไม่มีจุดประสงค์แน่นอน ผมก็รู้ได้ทันทีว่ามาขัดจังหวะเวลาอภิรมย์ของมันแน่
"เดี๋ยวประสาทจะมาเลี้ยงเหล้า" ผมบอกขณะที่มันกำลังเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อหาอะไรบางอย่าง
"หรอ กี่โมงแล้ววะ" มันทำท่าคลำที่ข้างขาหาโทรทัพท์ดูเวลา ทั้งที่มันนุ่งผ้าขนหนู
"จะสามทุ่มแล้วละ ทำไมมึงจะไปทำงานหรอ"
"เอ้าฉิบหาย สายแล้วนี่หว่า ไม่ไปแม่งละ ทำงงทำงาน" เสียงรถจักรยานยนต์ขับเข้ามาจอดใกล้ ๆ แล้วเงียบไปไม่นานนักเสียงทักของประสาทก็โผล่มาก่อนตัวทางระเบียง
"มาซิวะ มาคารวะเสด็จขาวใหญ่"
ผมกระโดดตามมันออกไปนั่งรอตั้งวงที่โต๊ะหินอ่อนหน้าหอพัก อ้ายศพรู้หน้าที่ของมันดีโดยไม่ต้องปริปาก แก้วเป๊ก แก้วหู กระติกน้ำ ถูกล้างอย่างลวก ๆ พอไม่ขัดสายตาคนเมา มันเดินหอบทุกอย่างตามมาที่โต๊ะ ประสาทจับขวดสุราขาว 40 ดีกรีขึ้น กระแทกก้นขวดด้วยศอกสองทีดัง ปลับ ปลับ แล้วกระชากห่วงเริ่มรินสุรา
ผม ประสาท และศพนั่งดวดกันจนสุราหมดไปอย่างรวดเร็ว ประสาทคุยจ้อตามเคย แต่ก็ไม่น่าเบื่อเพราะมันตลกดี นิสัยของมันจะชอบเอาเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เจอแต่ละวันมาเล่าเสมอ ไม่ให้วงเงียบเหงา ยกเว้นวันไหนที่มันมีความทุกข์หนัก ๆ มันจะเงียบ ผมจึงรู้ได้ทันทีถ้ามันมีเรื่องทุกข์ใจ ส่วนศพก็คอยสอดคอยถามบ้าง หัวเราะบ้าง แต่จะเงียบเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นปกติที่ชอบจมอยู่ในห้วงความคิดของมันเอง
เหล้าเกือบจะหมดกลม รถจักรยานยนต์คันหนึ่งก็ขี่ตรงมาจอดใกล้ ๆ กับโต๊ะ ผมหันไปเห็นหญิงสาวสองคนใส่กางเกงขาสั้นตัวนิด เสื้อยืดรัดรูป ประสาทเรียกเชิญชวนให้มานั่งร่วมวงกับเรา
"นี่ศพ นี่โดด" โดดคือฉายาผมเอง
"อันนี้แอน กับ นุ่น" ผมกับศพยิ้มทักทาย ศพก้มลงมองอากาศพลางยิ้มคนเดียว
ทั้งสองคนหน้าตาน่ารักทั้งคู่แต่ที่มากกว่าคือนุ่น ผิวเธอขาวเหลือง หน้าเรียว ผมสีทองซอยสั้น ตากลมโตแต่ดูคล้ำอย่างคนร้องไห้มาทั้งคืน ประสาทไม่ได้บอกผมก่อนเลยว่าจะมีสาวมานั่งด้วย ศพก็คงไม่รู้เรื่องอะไรเช่นกัน ผมเลยชวนแอนคุยไปตามประสาเพื่อไม่ให้เงียบกร่อยจึงรู้ว่าแอนเป็นเพื่อนที่เรียนห้องเดียวกันกับประสาท ประสาทก็ชวนนุ่นคุยไป ศพก็นั่งฟังยิ้ม ๆ ผมรู้ว่ามันต้องชอบนุ่นแน่ คนอย่างมันถ้าได้ชอบใครจะไม่ค่อยพูด แต่จะเอียงหน้าเอียงหัว ดัดจริตเสียอาการไป
ผมอาสาออกไปซื้อเหล้าแดงมาอีกกลมหนึ่งหลังจากเหล้าขาวหมดไป สาว ๆ ปฏิเสธที่จะร่วมคารวะเสด็จขาว ผมซื้อขนมกรุบกรอบอีกสองสามอย่างพอให้ได้เคี้ยวกัน พอผมกลับมาถึงห้องศพนั่งดีดกีต้าร์ร้องเพลงซึ้ง ๆ ที่มันชอบ ตามันเยิ้มได้ที่ นอกนั้นมองมาที่ผมอย่างคนเฝ้ารออาหารแจก
"ขอเพลงปวดใจของไอแซกหน่อยสิ" นุ่นเอ่ย ศพไม่ว่าอะไรแต่ดีดขึ้นเพลงอย่างกับเครื่องคาราโอเกะ ร้องไปได้ไม่ถึงครึ่งเพลงเธอก็เริ่มสะอึกสะอื้น อ้ายศพจึงหยุดเล่น มันถามเธอเป็นครั้งแรกด้วยสีหน้าห่วงใย เธอเดินออกไปที่กำแพงแอนจึงเดินไปปลอบ ประสาทยิ้มกรุ้มกริ่ม ศพเกากีตาร์ต่อไปไม่เป็นเพลง แล้วยกพรวดหมดแก้ว
แอนเดินกลับมาที่โต๊ะ นุ่นยังคุยโทรศัพท์อยู่ที่กำแพง แอนจึงไขให้เราฟังว่านุ่นพึ่งเลิกกับแฟนมา เป็นจังหวะที่เธอเดินกลับมาพอดี หลังจากนั้นอ้ายศพก็ดูแปลกไป มันก้มหน้าก้มตาเล่นเพลงซึ้ง ๆ "อย่าเสียน้ำตา" "ฉันอยู่ตรงนี้" "ไม่ต้องเสียใจ" มันเล่นต่อกันโดยไม่สนว่าพวกเราหัวเราะเฮฮาอะไรกัน เสียงกีตาร์กับเสียงร้องเพลงของมันทำให้ประสาทต้องพูดใกล้ ๆ หูของนุ่นที่เริ่มตาปรือ ศพดีดกีตาร์ต่อไปพลางกระดกเหล้าอย่างรวดเร็วแล้วเล่นต่อไม่ปล่อยให้ขาดช่วง ตาของมันใกล้จะปิด คอเริ่มตก
สักพักหนึ่งมันก็วางกีต้าลง แล้วขับรถออกไปไม่พูดไม่จา เราจึงนั่งคุยกันต่อไป ประสาทดูยังไม่เมานัก ผมเริ่มเมา แต่ที่เมามากคืออ้ายศพที่มันออกไปไหนก็ไม่รู้
และคนที่จะไม่เมาเสียไม่ได้เลยคือนุ่น เธอเดินโต๋เต๋กระโดดเข้าไปทางระเบียงเพื่อเข้าห้องน้ำไม่นานนักประสาทก็ตามหลังไป ไม่นานักศพก็กลับมาพร้อมห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ข้างในบรรจุอะไรบางอย่างยาวประมาณฟุตหนึ่ง มันถามผมว่าประสาทไปไหน ผมจึงชี้ไปทางห้อง มันจึงเงียบไป กระดกหล้าเพียวลงคอแล้วหยิบกีตาร์ขึ้นดีดต่อ
"ฉัตร กูมีอะไรจะบอก" มันหยุดดีดกีตาร์ น้ำเสียงของมันจริงจังแต่ยานคาง มันกระดกเหล้าอีกแก้วแล้วสูดหายใจยาว
"กูคิดดูแล้วว่าคนเราควรจะพูดกันตรง ๆ เพื่อเป็นการซื่อสัตย์ต่อตัวเองและผู้อื่น" แอนหยุดกดโทรศัพท์เล่นแล้วจ้องหน้ามันอย่างตั้งใจฟัง
"กูอยากเย็ดนุ่นหวะ"
อ้ายฉิบหาย ผมว่าแล้วว่ามันต้องพูดอะไรจัญไรออกมา ผมรีบดึงมันออกมาที่กำแพง หันกลับไปบอกแอนว่ามันเมามากอย่าถือสา
"กูพูดผิดหรอวะโดด" มันเอียงคอถามทั้งหลับตา
"มึงก็ไม่ผิด แต่มึงต้องให้เกียรติผู้หญิง อย่างนี้มันไม่ควรพูด เขาจะรู้สึกยังไง มึงบ้ารึเปล่า"
"ก็กูพูดตรง ๆ นี่ กูไม่ได้ว่าอะไร กูก็แค่บอกเฉย ๆ กูซื่อสัตย์ต่อตัวเองและผู้อื่น" ศพยืนยันหลักการบ้าบอของมันต่อ
"เฮ้ย แต่มึงต้องให้เกียรติเขา เขาไม่ใช่กะหรี่นะโว้ย มึงจะมาพูดอย่างนี้ไม่ได้"
"แล้วมันทำอะไรกับประสาทในห้อง"
"ทำอะไรก็เรื่องของเขา แต่มึงจะพูดอย่างนี้ต่อหน้าผู้หญิงได้ไงศพ แอนเค้าจะคิดยังไง รึมึงอยากเป็นคนดูถูกผู้หญิง"
"กูหน้าตัวเมียหรอ"
"ไม่ใช่ แต่มึงพูดแบบนี้ไม่ได้ ศพ เพศแม่มึงนะนั่น"
"เออ กูขอโทษ "
"เออ ไม่ต้องขอโทษกู ไปขอโทษเขาโน้น"
ผมพะยุงมันกลับมาที่โต๊ะ ประสาทสตาร์ทรถแล้วตะโกนบอกผมว่าจะกลับแล้ว นุ่นซ้อนหลังมันพร้อมกอดเอว แอนคงออกไปก่อนหน้าแล้ว ศพถลาไปคว้าขวดเหล้ายกขึ้นเทใส่ปากจนหมด ผมได้แต่มองดูมันนั่งฟุบปล่อยน้ำลายไหล สักพักมันก็ล้มนอนแผ่อยู่ข้างโต๊ะนั่น น้ำค่อย ๆ ซึมออกเป็นวงจากเป้ากางเกงของมันหยดลงเป็นทาง มันขยับตะแคงนอนขดหลับปุ๋ยไปอย่างเด็ก
...
edit @ 16 May 2008 17:16:44 by ภัทร วีระ
edit @ 24 May 2008 18:55:35 by ภัทร วีระ
ว่าแต่ประสาทกะนุ่นหลังจากนั้นเป็นยังไงต่อ........
#1 By ฿฿- Try -฿฿ on 2008-05-15 22:11