ส่งเดช

posted on 01 Oct 2007 12:15 by patrweera  in shortstory

"แม่ ไปส่งผมหน่อย" เดชหันมาบอกผู้เป็นแม่ขณะยืนเหยียบทรณีประตู เป้ใบเขื่องหนักเอาการทำให้เขาต้องเอามือสอดดึงรั้งช่วยลดแรงฉุดที่กระทำต่อบ่า

"แกจะไปไหน ฉันไม่ให้เงินแกนะ อยู่บ้านดีดีไม่เป็นสักที"

"อืมน่า แม่ เงินอะผมไม่เอาก็ได้ แต่ตอนนี้วางใบตองก่อน ขับมอไซไปส่งผมที่ท่ารถหน่อย"

ผู้เป็นแม่ลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า ด้วยสังขารที่ร่วงโรยไปมากแล้ว โรคชรากัดกร่อนสังขาร กระดูกกระเดี้ยวลั่นกรอบแกรบ เธอทิ้งใบตองที่อยู่ในมือลงกับพื้น ใบตองหลายๆแผ่นกองทับซ้อนกัน ในถาดข้างๆกันก็มีใบตองที่ถูกห่อเป็นก้อนๆเอาไว้ ภายในไม่ได้บรรจุสิ่งใดไว้ นอกจากใบตอง มันเป็นก้อนห่อใบตองที่มีใบตองและใบตองซ้อนกันไปเรื่อยๆไม่มีสิ้นสุด

"โอ้ย กูละเหนื่อยใจ"

จะมีใครรู้จักลูกชายดีเท่ากับนางผู้เป็นแม่ แต่อ้อนแต่ออกแต่ไหนแต่ไรมันก็เป็นซะอย่างนี้ นางรู้ดีว่าเดชไม่ใช่คนไร้สาระ มันมีเหตุผลของมันเอง บางทีคำที่มันพูดออกมาแต่ละครั้งยังทำให้นางรู้สึกว่าตัวเองไร้สาระ นางแค่อยากให้มันอยู่เฉยๆกับบ้านบ้าง อย่างมากที่มันจะอยู่ในบ้านก็ไม่เกิน สามสิบหกชั่วโมง แปดนาที สิบสองวินาทีกับอีก เศษสามส่วนสี่ของวินาที

นางค่อยชะลอรถไปเทียบฟุตบาธ ชานชาลาท่ารถวันนี้ร้างผู้คนอย่างกับว่าไม่มีใครเดินทางไปที่ไหนอีกแล้ว มีแต่แม่ค้าปิ้งไก่นอนทอดหุ่ยบนแปล ไก่ปิ้งไหม้เกรียมจนลีบเล็กดำเมี่ยม แม่ค้าลุกขึ้นมาหยิบไก่ขว้างใส่หัวหมาที่นอนอยู่แถวนั้นร้องเอ๋งๆวิ่งหนีไป ชิ้นไก่หล่นทับลงบนแมลงสาบเคาระห์ร้ายพอดิบพอดี มันไม่ถึงตายแค่จุกนิด

"แล้วแกจะจะกลับวันไหนหนิ"

"ไม่รู้เหมือนกันแม่ แต่ไม่นานหรอกเดี๋ยวมา"

เดชยิ้มให้นางอย่างชวนให้วางใจแต่อย่างไรเล่าที่เธอจะผ่อนสีหน้าลงตาม ขิ้วของนางยังขมวดย่น รถประจำทางสีส้มบีบแตรเสียงดังมาแต่ไกล

"เอาน่า แม่ เดี๋ยวหาของฝากมาให้นะ"

รถจอดเทียบท่ากระเป๋ารถปลุกโชเฟอร์ที่ฟุบอยู่ที่พวงมาลัยให้ตื่นขึ้นมาทักทายเดชคนคุ้นเคย ไม่มีผู้โดยสารแม้แต่คนเดียวเดชทิ้งผู้เป็นแม่ไว้ข้างหลังแล้วก้าวขึ้นรถไป

รถเคลื่อนออกไปอย่าช้าๆจนลับตา นางขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์แล้วบิดคันเร่ง รถเก่าๆปุเลงๆอย่างเอื่อยเฉื่อยพานางออกไป แม่ค้าขายปิ้งไก่ลุกขึ้นออกเดินไปตามถนนพลางถอดผ้ากันเปื้อนโยนลงถังขยะ ทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลังอย่างไม่แยแส เจ้าหมาตัวเดิมกระโดดขึ้นนอนบนเปลหลับตาพริ้ม มันนึกขอบคุณสายลมเย็นๆที่พัดให้มันนอนหลับอย่างสบาย

.

.


edit @ 2007/10/01 12:18:39
edit @ 2007/10/08 14:08:39

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ผมนึกถึงคำว่า บัดซบในหนังเรื่องทวารยังหวานอยู่ คือมุขที่สมบัติ เมทะนีมาซบสารวัตรจิ้มชวนชื่นนั่นแหละครับ ของคุณนี้ก็ส่งเดช กลายเป็นว่าไปส่งคนที่ชื่อเดช ผมชอบการเล่นกับคำ ตลกที่เล่นกับเขา เพราะผมว่ามันสร้างสรรค์กว่าตลกอุปกรณ์(พวกที่เอะอะอะไรก็ฟาดหัว) ที่สำคัญมุกเกี่ยวกับภาษานี้ สำคัญมากนะครับจนเขามีการศึกษา มันเป็นมุกที่บางครั้งเสียดสี บางคราวก็ทำให้เราได้ขบคิด หนังเองก็เล่นมุกแบบนี้เยอะครับ อาจจะเป็นเพราะความโพสต์โมเดิร์นที่มักคิดอะไรแหวกไปจากเดิม

ขอบคุณนะครับที่มาคอมเม้นต์ให้ แล้วชวนไปเที่ยวออล บาร์ วัน ความจริงผมไม่ค่อยกินเหล้าในร้านหรอก สาเหตุมีไม่มากครับ 1.ผมว่ามันอุดอู้เสียงดังพอสมควร 2.เคนไปนั่งกินกับเพื่อนบ่อยแล้วครับ และลงท้ายว่าได้หามกันกลับทุกที สร้างความอับอายเป็นล้นพ้น (ฮา) นี่แหละครับคือเหตุผลที่ว่าไม่ชอบนั่งร้าน
เป็นเรื่องสั้นที่ออกแนวโพสโมเดิร์นดีนะคะ

#2 By วรางคณา on 2007-10-01 14:27

อ่านเรื่องสั้นของคุณทีไร นึกภาพออกเลยว่า คุณกำลังบรรยายถึงเรื่องอะไรน่ะค่ะ

#3 By knights of gemini on 2007-10-02 02:33