ช่วงออกพรรษาที่มีการขายประทัดกันนั้น เด็กๆบ้านโสกเราก็ไม่พลาดที่จะเอาเงินทุกบาทที่มีในกระเป๋าจ่ายเพื่อซื้อหาประทัด ดอกไม้ไฟ มานานาชนิดเท่าที่ร้านยายต๋อยที่ตรงหัวมุมสี่แยกจะนำมาวางขาย ไม่ว่าจะเป็นประทัดแดงตราตาแป๊ะ หรือไม่ก็ตราทหารจีนซึ่งไม่ค่อยจะชอบกันนักเพราะชะนวนมันจะเร็วมากแบบที่ขว้างยังไม่พ้นมือก็แตกซะแล้ว อีกทั้งจรวดวี๊ดปังอันละสองบ้านที่เล่นยังไงก็ไม่เบื่อ พุ่งขึ้นฟ้าบ้าง พุ่งลงน้ำบ้าง พุ่งใส่หัวกันบ้าง พุ่งเสียบกองขี้ควายแล้วระเบิดบ้าง แล้วแต่จะพลิกแพลงวิธีเล่นกันไป และยังมีโคตรพ่อวี๊ดปัง คือ วี๊ดปังปัง อันละห้าบาท ขนาดก็ใหญ่กว่า แต่จะขึ้นไม่สูงไม่ไกลเท่าไร ด้วยมีน้ำหนักมาก

นอกจากนี้ยังมีเม็ดซู่ซ่าที่ให้ผลอะลังการน่าเกรงกลัวเหมือนกัน ชะนวนเขียวห่อด้วยกระดาษมันวาวสีต่างๆ จุดแล้วมันจะแตกกระจายออกดังเปาะแปะๆ ใช้ขว้างใส่กันวิ่งแตกจ้าละหวั่น กับ ประทัดตราอีกา พูดง่ายๆคือ ประทัดแดงขนาดจัมโบ้ ลูกละสองบาท เสียงดังสะใจ แต่ก็ไม่เท่ากับ "สามเหลี่ยม" ที่ยากจะหาผู้ใดทัดเทียม อานุภาพร้ายแรงมาก ออกจะอันตรายเกินไป เด็กๆจึงไม่ค่อยซื้อมาเล่น ไม่ใช่เพราะกลัวมือจะแหก แต่กลัวก้นจะลายเพราะไม้เรียว

พวกเด็กผู้หญิงก็เล่นบ้างแต่ที่เน้น ดอกไม้ไฟ สวยงามๆ ที่เป็นแท่งๆไฟเย็นเปลี่ยนสีได้นั่นชอบนักละ กับที่หมุนๆอยู่กับพื้นแล้ววิ่งไปแตะใส่กันก็พอเห็น และก็กระเทียมลูกเล็กขว้างใส่เท้ากันพอคันๆ

ในละแวกใกล้ๆบ้านกันนั้นพอได้ยิงเสียงประทัด เด็กๆผู้ชายก็จะมาตามเสียงโดยอัตโนมัติ ที่ป่าข้างบ้านของลุงเนยก็เป็นที่หนึ่งที่เด็กน้อยบ้านโสกจะมา "สู้รบ" กันประจำ ไอ้ตาม ลูงลุงผู้ใหญ่กับลิ่วล้อตัวดำๆก็มาเจอกันกับนายเอ้และน้องๆที่นี่ ในการสู้รบนั้นจะมีปืนอัดลมมาร่วมด้วย แต่จะงดไว้ก่อนถ้าใครถือลูกซองลำกล้องมันวาวมาด้วย ขอให้ใช้กันแค่ปืนพกพาเท่านั้นเพราะไม่แรงมากเท่าลูกซองที่โดนทีถึงกับเขียวเป็นจ้ำ

"แกไปอยู่ฟากนู้น ส่วนฉันจะอยู่ฟากนี้ เอาขวดแป๊บชี่ไปวางไว้ในฐานแกนะ ส่วนทางข้าเป็นขวดน้ำนี่ ใครชิงขวดไปได้ก็ถือว่าชนะ" เอ้ว่ากับตาม
"อื้ม โอเค พวกเราไปเว้ย" ตามเดินไปที่ฐานของตัวเอง ลิ่วล้อสองคนเดินตามไปติดๆ วันนี้มีแต่ตามที่มีปืน ส่วนทางเอ้มีสองกระบอกแต่คงไม่ได้เปรียบกว่าเท่าไรเพราะอ๊อดไม่ค่อยจะมีแรงชักปืนได้บ่อยครั้งนัก

และแล้วสงครามก็เริ่มขึ้นเมื่อมีจรวดพุ่งสวนเข้ามาทางเอ้ เขายิงปืนอัดลมสวนไป แล้วหลบหลังต้นมะพร้าว
"ไอ้อ๊อด ไปเอาใบกล้วยมาเร็ว" อ๊อดที่หมอบอยู่ลุกวิ่งไปทางต้นกล้วย ไอ้น้อยนั่งยองๆข้างๆเป็นผ่ายขน ถือประทัดอยู่เต็มมือ
"วี๊ด.............ปั๊ง" จรวดลูกที่สองพุ่งเข้ามา เฉียดหัวน้อยไปนิดเดียว เอ้กับน้อยร้องวู้วๆด้วยความเสียว อ็อดวิ่งกลับมาพร้อมใบกล้วยทั้งก้าน ถึงแล้วนั่งเข่าเอาก้านกล้วยพาดบ่าอย่างรู้หน้าที่
"ไอ้น้อย เอามาดิ" ไอ้น้อยก็หยิบวี๊ดปังมาวางบนร่องก้านกล้วย เอ้จุดไฟ
วี๊ดดดดดด........ปัง" ทางฝ่ายลูกลุงผู้ใหญ่มีเสียงวู้วว้าวบ้างแล้ว เอ้กวักมือให้น้องๆตามมาทางด้านข้างๆ แล้วจุดประทัดโยนไปครึ่งตับ
"ปังๆ ประรัง ปัง ปัง" เสียงร้องเจี๊ยวจ๊าวดังตามมา ลูกปืนอัดลมเฉียดหัวเอ้ไปสองเม็ด อ๊อดกับน้อยตามมาถึงแล้วตั้งที่ยิงจรวด เอ้จุด
"วี๊ดดดดดด..."

จรวดวี๊ดๆพุ่งไปมาเฉียดหัวกัน ประทัดตาแป๊ะขว้างใส่กันทีละครึ่งตับ ทีละตับ เม็ดซู่ซ่าขว้างประปรายสร้างสีสันในสมรภูมิ วิ่งหลบลูกปืนอัดลมกันไปมาในป่าจนต่ายฝ่ายต่างหมดประทัด ดอกไม้ไฟที่จะเอามาจุดกันแล้วสงครามจึงยุติลง บ้านโสกกลับสู่ความสงบอีกครั้ง ไม่มีฝ่ายใดแพ้ชนะ เพราะไม่มีใครสนใจจะไปชิงขวด ตั้งกติกาเอาไว้ให้มันดูมีจุดมุ่งหมายเท่านั้นเอง แล้วเด็กๆ ก็แยกย้ายกันกลับ

โดยมีรอยขีดข่วน แผลพุพองผิวหนังอักเสบ เป็นของแถม




.


edit @ 2007/08/28 01:47:51

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ชอบเล่นเม็ดกระเทียมอ่ะคับ
โยนในห้องเรียนได้ เสียงดังเปาะแปะ
หนุกดีคับ ฮ่าๆ...เป็นเด็กอีกวัน

#1 By oOนุOo on 2007-08-28 09:00

แฮ่ คิดถึงสามเหลี่ยมมันแรงได้ใจจริงๆเลยนะคับบ

#3 By XEGXEF on 2007-08-28 09:26