เรื่องสั้นๆ ประจำปี 2558

posted on 23 Jun 2015 23:53 by patrweera
(เรื่องเล่า)
ผมโดนแมวกัดมาเมื่อสองวันก่อนและดูเหมือนว่าผมจะเป็นพิษวิฬาร์บ้าเข้าซะแล้ว ดวงตาผมเริ่มเบลอ และปวดเยื่อสมอง แค่หันซ้ายขวาก็รู้สึกได้ถึงการกระเพื่อมของสมอง เมื่อสองวันก่อนผมเดินมาตามถนนแล้วเจอแมวตัวผู้สีทองที่หมอบทรงสฟิงซ์อย่างทรนงที่ใต้ตู้เติมเงินโทรศัพท์ ผมเอื้อมมือไปลูบคางมันทันทีมันงับข้อมือผมเข้า แผลไม่ร้ายแรงแค่พอมีเลือดหยดตามแนวข้อพับข้อมือ ผมไม่ได้ทำอะไรกับแผลโดยพิเศษ กลับมาห้องล้างน้ำถูสบู่นิดหน่อย แต่แล้วผมก็เป็นพิษวิฬารีบ้าคลั่งจนได้ ผมปวดหัวและเป็นไข้ หันหัวทีไรจะรู้สึกถึงการกระเพื่อมของสมอง ผมหงุดหงิดนิดหน่อยที่พบว่าตัวเองต้องตายในห้าหกวัน แต่ก็ไม่หงุดหงิดเท่าอาการรบกวนในปัจจุบันคือการเจ็บตามเยื่อสมองเวลามันกระเพื่อม ฉะนั้นผมทำหัวให้นิ่งที่สุด ไม่หันไปซ้ายขวาแรงๆ โรคพิษแมวทำให้ผมรู้สึกหนาวและต้องการความอบอุ่นจากตีนจำนวนมาก ผมเริ่มจับสั่น และจินตนาการของผมใฝ่ฝันถึงตีนจำนวนมากที่โอบล้อมตัวผม กระทุ้งลงมาที่ร่างกาย "ขอโทษๆ เอาเลยจ้า" ผมครางเพราะจับไข้ ความต้องการตีนมหาชนเป็นเรื่องที่เจ็บปวดเพราะเราไม่มีวันจะได้มา ผมจึงได้แต่กุมเม้าส์คอมด้วยความสั่นไหวเพื่อเปิดเฟซบุ๊คดูว่าใครโพสอะไรบ้าง ผมเจอสเตเตัสอันแรกว่า "จิ๊กกะดิกอายูนูฮา" คำนี้พิเศษมากแปลว่า ฉันเก่ง ฉันเป็นศาสดา และฉันอยากมีผัว สเตตัสนี้เป็นยาระงับอาการวอนตีนจำนวนมากของผมได้ดีมาก ทำให้ผมอยากได้อะไรสักอย่างที่มีความหมายจริงๆ มากกว่าตีน อย่างเช่น ฝาท่อระบายน้ำแบบตัวหนอน เป็นต้น
 

(เรื่องแต่ง)
วันนี้มีชาวพุทธคนไทยเปิดดูคลิปรายการทีวีเกาหลีหลายคน รายการนั้นล้อเลียนภาษาไทยและพระพุทธรูปกับพระสงฆ์ พระพุทธรูปที่เอาคนมาแสดงแทนโดนตัวละครพระสงฆ์ตบหัวพุ่ง

บางคนที่ได้ดูโกรธจนเอาของใช้เกาหลีไปเผาหน้าบ้านพร้อมโรยพริกเกลือสาปแช่ง
บางคนพิมพ์ด่าเกาหลีในอินเตอร์เน็ตอย่างคั่งแค้น
บางคนดูแล้วหัวเราะ
บางคนบรรลุธรรม

(บทกวี)
ในขณะที่เรากำลังปรึกษากันว่าใครที่ควรจะได้ถูกเราจับขึ้นตะแลงแกงบ้าง พวกเขา (ซึ่งจริงๆ ก็มีพวกเรา) กำลังทาสีผนังเป็นรูปสัตว์และลวดลายต่างๆ เราเห็นได้ชัดเจนว่าพวกเขาไม่ได้สนใจสิ่งที่เราพูดเลย เรากำลังจะจับคนขึ้นตะแลงแกงแท้ๆ แต่พวกเขายังทำรื่นเริงอยู่ได้ แน่ละที่ประชุมเริ่มปรึกษากันอย่างเอาเป็นเอาตายมากขึ้นว่าใครควรจะขึ้นตะแลงแกงเพิ่มอีก จากจำนวนสามพันแปดร้อยสิบหกคน เมื่อท่านอาวุโสเสนอพวกที่ทาสีทั้งหมดและทุกคนเห็นด้วยไม่เห็นด้วยบ้าง เสมียนนับจำนวนพวกทาสีรวมกันเข้าไปได้อีกแปดหมื่นคนรวมของเดิมก็มากโข แต่เราไม่ได้ร้อนรนแต่อย่างใด งานของเราคือการตัดสินว่าใครควรจะขึ้นตะแลงแกงแบบต่างๆ ที่เราคิดประดิษฐ์ไว้ให้ เช่น การตัดหัว การตัดกลางลำตัว หรือตัดอวัยวะทีละชิ้นส่วน มีเสียงบ่นมาว่าพวกที่ประชุมกันคือเราน่ะจะเลิกมาช่วยกันทาสีสักพักได้ไหม ใครบางคนในหมู่เราตะโกนไปว่าไม่มีวันซะละ เพราะการทาสีของพวกเธอคือความผิด เป็นการส่งตัวขึ้นตะแลงแกงไม่ต้องสงสัย สำหรับเราแล้วเรื่องจำนวนตะแลงแกงที่มีไม่พอทำให้เรากังวลนิดหน่อย ส่วนพวกเขานั้นกำแพงให้ทาสีก็มีน้อยลง ผมหลีกมานอนหลังกินอาหารเพื่อสงบจิตใจสักพัก ก่อนที่เราเริ่มทำการประหารผู้คนในตอนเย็น โดยเริ่มจากพวกทาสีก่อน คนแรกโดนตัดกลางตัว แต่ร่างสองท่อนก็ยังไปทำงานทาสีต่อ พวกเราหัวเราะอย่างงงงวย "แหม่ ...มันนี่โง่เหลือคณา" ท่านเมนเดลพูด แทนที่โดนตัดตัวแล้วจะสำนึก ยังจะทำตัวให้น่าจับขึ้นตะแลงแกงซ้ำอีก เราไปฉุดเอาร่างโง่ๆ ที่กำลังพยายามทาสีอย่างสะเปะสะปะมาตัดซ้ำ ทุกครั้งที่โดน มันก็ยังจะกลับไปทาสี ครั้งแล้วครั้งเล่า สุดท้าย เราตัดมันจนเหลืออะตอมหนึ่งอัน
 

(วรรณกรรม)
ฉันได้มาเจอเธออีกครั้งฉันดีใจมาก น้ำตาแทบไหล ขาสั้นจนยืนไม่อยู่ มันตื้นตันแน่นอกไปหมด ยังไม่ทันไรฉันก็โดนระเบิดขนาดหลายตันเข้าไปเต็มๆ ชิ้นส่วนของฉันกระเด็นไปคนละทิศละทาง นั่นยังเป็นของเล็กน้อย แม่ฉันเตือนฉันบ่อยๆ อย่าไปทำอะไรใครเขา ให้เอาใจเขามาใส่ใจเราเสมอ แต่สังคมทั่วไปก็ไม่ได้ฟังที่แม่ฉันพูดเท่าไหร่ แน่ล่ะ แม่เป็นแค่แม่ฉันไม่ได้เป็นแม่ของพวกเขาด้วย แต่ฉันก็คิดว่าแม่ของพวกเขาก็อาจจะพูดเหมือนแม่ของฉันก็ได้ แต่ฉันก็ไม่รู้ได้เลย ฉันรู้เพียงแต่ว่าพอเราออกจากบ้านมาทุกคนก็อัดระเบิดใส่กันไม่ยั้ง ฉันเป็นคนที่ถือสันโดษเล่นระเบิดมือกับทีเอ็นทีชะนวนสายไฟกากๆ บางทีก็จุดไม่ติดแต่เมื่อวานก็ระเบิดร้านก๋วยเตี๋ยวพังไปครึ่งร้าน ฉันภูมิใจเสมอที่ได้เอาคืนบ้าง ทั่วไปแล้วไม่ค่อยมีใครปาระเบิดโดนฉันเท่าไหร่เพราะพวกเขาขาดความชำนาญในการกะเวลาด้วยส่วนหนึ่ง และส่วนหนึ่งก็เพราะฉันมีรถมอเตอร์ไซค์สามารถขับหลบระเบิดได้ดี

แต่คราวนี้เป็นคราวซวยที่เจอกับของจริงเข้าให้ หลังจากที่โดนไปชุดใหญ่เธอก็ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลติดตามฉันมาได้อีก ขนาดฉันอุตส่าห์ไปหลบหลังเมรุวัดทุ่ง ขีปนาวุธยังตามมาได้และฉันก็โดนระเบิดอีกตรงหลังเมรุนั่นเอง คำของแม่ดังขึ้นในหัวของฉันว่า "อย่าทำเค้า อย่าไปทำร้ายคนอื่น" ฉันเก็บเอาแขนขามาต่อใหม่แล้วทันใดระเบิดตอร์ปิโดบกก็สอยตูดฉันขณะที่กำลังเก็บกวาดความหวังมาต่อขึ้นใหม่ ระเบิดตอร์ปิโดบรอนซ์เงินไฮบริดได้ฉีกให้ร่างฉันกระจายออก ส่วนหัวลอยไปติดบนปล่องเมรุ "อยู่นั่นไงๆ" เธอชี้บอกแฟนหนุ่มซึ่งเป็นระเบิดตอร์ปิโดสามระดับเจ็ด เขาปล่อยตอร์ปิโด ชพค. กมส. และ สลน. มาใส่หัวฉันที่ปล่องเมรุลูกแล้วลูกเล่า แต่ด้วยแรงศรัทธาอันล้นเปี่ยมฉันนึกถึงคำของแม่ "อย่าไปทำเขา อย่าไปทำเขา" ระเบิดจำนวนมากมายที่เขายิงมาก็พลาดเป้าไปตลอดสามพันปีที่ระดมยิงนั้น

(วรรณกรรม)
พอฉันมีระเบิดมากมายฉันสามารถสั่งใครก็ได้รอบข้าง มานี่สิ เจ้าหนู กอดฉัน ไม่ไม่ พอแล้ว นวดขาฉันสิ ง่ายดายมากมาย เพราะใครๆ ก็ต้องการระเบิดไม่ว่าจะเป็นลูกเล็กลูกใหญ่ฉันมีรายรอบตัว เต็มในเสื้อโค้ท แรกๆ พอฉันร้องขออะไรกับผู้คนเขามักจะทำเฉยๆ พอฉันเปิดเสื้อแผ่ออกเท่านั้นแหละ แม่เอ๋ย แทบจะคลานเข่าเข้ามา ด้วยเหตุนี้ฉันจึงอยากจะนำเสนอสิ่งดีๆ นั่นคือระเบิดสำหรับท่านหญิงและท่านชายเพียงก้อนละสามร้อยบาท ระเบิดได้แรง หักเสาคอนกรีตได้อย่างไม่ต้องสงสัย โทรมาตอนนี้แถมฟรี ระเบิดแสนกลอีกสองลูกเอาไว้ทำความงงงวยสำหรับข้อบังคับต่างๆ สามารถนำไปวางไว้แล้วจะสามารถกลับออกมาจากแบบสอบถามได้อย่างง่ายดาย และสำหรับสิบสายแรก เอาไปเลย ระเบิดแห่งความรักภักดี ระเบิดแห่งแมวสมันยานามที่อ่อนไม่แข็งเป็นรูปทรงพอที่จะตั้งได้ ฉะนั้นเราแถมราวลวดสำหรับพาดมันอีก และเอาไว้ใช้เอนกประสงค์ ตากความเบื่อหน่าย ตากฉันนะวิ่งมาตั้งไกลได้หลายๆ ตัว และนอกจากนี้ยังมีของแถมอีกมากมายสำหรับท่านที่ได้รับสายโทรกลับ คำถามคือ ข้อกอไก่แน่นอน หากใครตอบได้จะได้รับบัตรท่องเที่ยวกับบริษัทเรื่อยๆ และสงบสุขจำกัด มอบชีวิตที่มีคนพร้อมจะยื่นมือเข้าสอดแทรกทุกอวัยวะของคุณตลอดเวลา อบอุ่นมั่นใจ เมื่อไปกับเรื่อยๆ และสงบสุข.
 
(เรื่องแต่ง) 
"ฉันจะเข้าชาร์จฉะจะแน่แก ฉันจะช้าดดดดแก" พร้อมจะเสียบเพื่อ ช้า-ฉะ-จะ เพื่อนได้ทุกเวลาคือศักยภาด(ศักยภาพ) ของอีน้องตุ้มมะลิ่งกิ้งก่อง ซึ่งเคยขึ้นดวลในสมรบูมีอันหลากหลาย ทั้งคาราเต้โด้ เทคอะวันโดและจูยะอิดสะซือ นั่นแน่ แทบไม่เชื่อเลยว่าใครจะสามารถทรนงองอาจได้ขนาดนั้น มาเจอฉันในสนามสุดท้าย สนามเพื่อนรัก ฉันทำงานที่กรมทางหลวง เป็นพนักงานเทหินร้อนๆลงไปเพื่อให้รถบดทับ หมายถึงทับหินน่ะนะ ไม่ใช่ทับชั้น ว่ามาเลยเจ้าเกลอคำท้าของแกคือ ... ค่าแรงฉันชั่วโมงละสี่สิบบาท ขอความเป็นธรรมจากแกด้วย เพราะแกขับรถคันใหญ่มาก ขอให้ฉันได้ร้องเพลงบ้างซ้ากเพลง ได้เลยพวกเอานี่ไป นมคาราเมลและค่าแรงขั้นต่ำประเทศเราเพื่อนรัก ประเทศของเราเองที่มีดอกไม้ ประตูแจกัน ความสว่างสดใส เอาไปเลยสำหรับการต้องดำดิ่งในห้วงยางมะตอยของแกเพื่อให้ฉันได้ขับแคมะรีไปเพื่อบดขยี่แตดพรีดี้ มารับไปเลยค่าแรงขั้นต่ำชั้วโมงละสองร้อยเพื่อนยาก แม่ฉันจะได้เลิกสวดมนต์ทุกเย็นเพื่อให้แกนอนหลับ แกสวดทุกวันว่าขอโทษชนชั้นล่าง ขอโทษชนชั้นล่าง ที่เราบดขยี้แกเหมือนหินบนพื้นถนนทุกวัน เราบดขยี้ด้วยแคมะรี ขออุทิศส่วนกุศลให้กับที่ชาร์จโทรศัพท์ และญาติฉันบางคนที่เป็นคนโรคจิตทำอะไรโง่ๆ ไปนอนให้รถบดทับ ทับชั้นเลย ความกากเดนจะได้หลอมรวมกับถนน ให้เธอได้เดินทางคมนาคมอย่างสะดวก ชั่งออกมาได้สามกิโล
 
 

(บทละคร)

หมอ - คุณคิดว่าไง
เกม - เธอบ้าไปแล้ว
หมอ - ทำไมล่ะ 
เกม - หมอคิดดูสิ วันๆ เธอพูดอะไรก็ไม่รู้ วิญญาณนกนางนวล ฉันเป็นอิเล็กตรอน ลมพัดผ่านครั้งเดียวตลอดกาล อัตตาของฉันคือสัญญา สัญญาอนัตตาหาใช่ฉัน คืออะไร? เธอไม่เคยพูด ไม่เคยสนใจเรื่องปรัชญาอะไรมาก่อน ไม่เคยสนใจวิทยาศาสตร์ หนังสือของผมเธอยังไม่อ่าน แต่สามเดือนมานี่เธอกลับมาพูดกับลมกับแล้ง พูดอะไรที่มันซับซ้อนอย่างที่ไม่เคยเป็น หมอครับ ผมว่าเธอต้องมีปัญหาแน่ ๆ 
หมอ - ปัญหา?
เกม - เธอเพี้ยนแล้วหมอ เธอเพี้ยนไปแล้ว
หมอ - คุณเกม คุณเป็นนักสื่อสารใช่ไหม
เกม - ... ใช่หมอ แต่ ... มันเกี่ยวอะไร
หมอ - คุณจำทฤษฎีสรรพสัญญะได้ใช่ไหม
เกม - ... ได้ครับ 
หมอ - มนุษย์เราเลือกสรรและประดิษฐ์ประดอยเก่งใช่ไหม โดยเฉพาะเพื่อการสื่อสาร
เกม - หมอจะบอกว่า...
หมอ - ครับ 
เกม - ...
หมอ - เธอกำลังสื่อสาร 
เกม - กับ...
หมอ - คุณ
เกม - ผม 
หมอ - คุณก็รู้ มันมีหลายอย่างที่พูดไม่ได้ หรือสื่อสารตรงๆ ไม่ได้ เราถูกเงื่อนไขทางสังคมหลายอย่างกีดกัน ปิดกั้น และสิ่งที่เธอกำลังทำไม่ใช่อะไรนอกจากกำลังพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะสื่อสาร แต่ไม่ใช่กับอารมณ์ของคุณ ไม่ใช่ความหลง แต่เธอกำลังสื่อสารกับพุทธะ กับมโนธรรม กับความเป็นเหตุเป็นผลของคุณที่หลบซ่อนตัวอยู่ข้างในนั้น จากตัวอย่างประโยคที่คุณเขียนมาให้ผมดู ผมเห็นทันทีเลยว่าเธอกำลังกอดคุณ จูบคุณ ด้วยถ้อยคำอย่างอ่อนหวานและนุ่มนวลที่สุด ผมรู้ว่าเมื่อคุณไม่อยู่แถวๆ นั้นเธอก็ไม่ได้พูดกับลมกับแล้งหรอก
เกม - ทำไม ... ทำไมเธอต้องทำให้มันซับซ้อนอย่างนั้น
หมอ - เพราะ มันคือจูบลา มันจะธรรมดาไม่ได้ โดยเฉพาะสำหรับคุณ เธอรู้ดีกว่าการสื่อสารทั่วไปนอกจากจะไม่ทำให้คุณเข้าใจแล้ว คุณยังจะต่อต้านทุกวิถีทาง เธอจึงพยายามอย่างที่สุดในการประดิษฐ์ คิดค้น คัดสรร การสื่อสาร ที่ละเอียดละออ ประณีตสวยงาม เพื่อให้คุณตื่นอย่างลึกซึ้ง 
เกม - ไม่จริง หมอพูดเชี่ยไร หมอเพ้อเจ้อไปอีกคน
หมอ - หมอก็ไม่ได้รู้ไปหมดหรอก หมอแค่วิเคราะห์ตามที่หมอคิด หากเป็นหมอท่านอื่น เธออาจจะเป็นโรคประสาทอ่อนๆ หรือมีปัญหาทางจิตก็ได้ แต่สำหรับผม ไม่มีใครมีปัญหาทางจิตหรอก ทุกคนแค่กำลังสื่อสาร
เกม - สื่อสารควยไรหมอ แม่ง ... 
หมอ - จริงๆ ผมก็ไม่ควรจะสปอล์ย 
เกม - (ลุกขึ้นเดินออกไป หยุดที่ประตู หันมาทำท่าเหมือนจะพูด) ...
หมอพยักหน้า เกมเดินจากไป

 

(บทละคร)

สุภาพบุรุษ - ชาติหน้ามี 
ยาจก - ผมว่าไม่มีนะ 
สุภาพบุรุษ - คุณก็ตัดสินด้วยความคิดดาดๆ ความคิดแบบวัตถุนิยม คุณยังไม่รู้อะไรอีกเยอะ
ยาจก - จ้า 
สุภาพบุรุษ - ชาติหน้ามี 
ยาจก - จ้า คุณมีชาติหน้า
สุภาพบุรุษ - ชาติหน้ามี 
ยาจก - จ้า มี ๆ เกิดไปเรื่อยๆ เนาะ
สุภาพบุรุษ - ชาติหน้ามี 
ยาจก - มี ๆ 
สุภาพบุรุษ - ชาติหน้ามี 
ยาจก - จ้า มีชาติหน้า 
สุภาพบุรุษ - ชาติหน้ามี 
ยาจก - จ้า
สุภาพบุรุษ - ชาติหน้ามี 
ยาจก - คุณจะไปเกิดใหม่ใช่ไหม แบบว่าถ้าตายไปแล้วสักพักคุณจะไปเกิดใหม่ เป็นคุณ
สุภาพบุรุษ - ใช่ ชาติหน้ามี 
ยาจก - อ่อ ดีนะ น่าอิจฉา 
สุภาพบุรุษ - ทำไม
ยาจก - ชาติหน้ามันก็มีแหละ แต่ว่าตัวผมดันไม่มี 
สุภาพบุรุษ - ผมว่าแล้ว พวกไนฮิลิสท์
ยาจก - ช่าย ผมเป็นซิฟิลิสท์ 
(สุภาพบุรุษเห็นว่ายาจกโง่เกินจะเข็นเลยเดินไป)
(ยาจกตัวกระตุกไปมา)
(ยาจกกระตุกแปลกๆ เกิน เลยโดนหมาที่กำลังหลับอยู่แถวนั้นตื่นมารุมกัด ยาจกร้องครวญครางด้วยความทรมานปานตกอยู่ในนรก นานมากประมาณสามสี่วันหมาก็ยังกัด โดยสามสี่วันของยาจกนั้นปานสามสี่ร้อยปีเพราะว่าลืมวันคืนไปละ พอปวดไปเรื่อยๆ วันที่ห้าตอนเช้ายาจกเลยหายปวดเองเพราะความปวดมันกลายเป็นค่ามาตรฐาน และหมาที่กัดอยู่ก็กลายเป็นภาพการล้อเล่นหยอกเอินเหมือนหมากับเจ้าของเล่นกัน ยาจกเริ่มหัวเราะแทนร้อง และลูบหัวหมาที่กำลังกระชากกรามยาจกออกจากกะโหลก ยาจกเริ่มเล่นสนุกขึ้นเรื่อยและไม่มีวี่แววความทรมานต่อไป ประมาณวันที่ห้าตอนเย็นทีมงานเห็นท่าทางไม่ค่อยดีแล้ว เพราะอะไรมันจะแย่ไปมากกว่านี้เลยสั่งไฟเฟดเอ้าท์)
(หรือจะเพิ่มไฟจนดนดูตาบอดก็ได้ มีค่าเท่ากัน)

(บทละครสั้น)
นักเรียนเก่า

ฉาก : ไม่ต้องยึดรูปแบบห้องเรียนตามที่เคยเห็นก็ได้ อาจจะนั่งพื้นหรือให้ครูนั่งส่วนนักเรียนยืนก็ได้ ไม่มีปัญหา แล้วแต่ผู้กำกับ แต่มีกระดานอันหนึ่ง

ตัวละคร : ครู และนักเรียน ก, ข, ค, ง

เปิดฉาก : นักเรียน ก ข ค อยู่ในห้องคุยกัน

ก - วันนี้เขาบอกจะมีนักเรียนใหม่มาด้วยหละ
ข - จริงหรอ ผู้หญิงหรือผู้ชายอะ
ก - ผู้ชาย หน้าตาซื่อบื้อ ฉันเห็นเดินมากับผู้ปกครองตอนเช้า
ค - พวกปัญญาอ่อนที่โดนไล่ออกมาจากที่อื่น
ข - ไม่หล่อหรอ
ก - หน้าเหมือนแพะ 
ค - เสียดายละสิ 
ข - นิดนึง นึกว่าจะมีหล่อๆ มาเรียนด้วยให้เก๋ไก๋มั่ง
ก - มาแล้ว ๆ โน่น

( ง เดินเข้ามา ค้อมตัวหน่อย ยิ้มให้ทั้งสามคน แล้วหาที่อยู่ให้ตัวเอง เสียงกริ่งโรงเรียนดังขึ้น ทุกคนทำตัวเป็นระเบียบขึ้น ครูเดินเข้าประตูมา)

ก - นักเรียนเคารพ 
ทุกนักเรียน - ซาหวาดดีค่า/ครับ คุณครู
ครู - หวัดดี วันนี้ร้อนจัง เอ้านักเรียนวันนี้มีเพื่อนใหม่มา แนะนำตัวหน่อย ยืนตรงนั้นแหละ 
ง - (สั่น) สวัสดีครับ ผมชื่อ ง ครับ 
ครู - ฝากดูแลเพื่อนด้วยนะทุกคน เอ้าเรามาเรียนเรื่องความรู้กันต่อ ทุกคนเปิดหนังสือหน้า ๘ (เขียนบนกระดาน "สมมติว่า a = 0") เอ้า สมมติว่าเอเท่ากับศูนย์ เอบวกสามเท่ากับเท่าไหร่ ใครจะตอบก่อน เอ้า ค ไหนลองตอบสิ
ค - เราไม่อาจรู้ได้ครับ 
ครู - ดีมาก เอาไปหนึ่งคะแนน ต่อไปถ้าเอบวกหนึ่ง คำตอบคืออะไร ไหน ง ตอบสิ
ง - (คิดนาน) เอ่อ ...เท่ากับหนึ่งครับ
ครู - หึม! ... เธอรู้ได้ยังไง
ง - ก็ตามโจทย์ที่ให้มา ศูนย์บวกหนึ่งก็เท่ากับหนึ่งไงครับ
ครู - (หัวเราะ) เธอกำลังเข้าใจผิดนะ ง เรากำลังถามว่าเราจะรู้ได้ไงว่ามันจะต้องเท่ากับหนึ่ง วิชานี้ไม่ใช่วิชาคณิตศาสตร์นะ
ง - ก็โจทย์มัน...

(เสียงตามสายดังขึ้น มีเสียงเมโลดี้ดังนำก่อนเหมือนเสียงประกาศในห้างสรรพสินค้า)
เสียงตามสาย - ขออภัยที่รบกวนการสอน เรียนครูเมกรุณาเลื่อนรถเนื่องจากล้อรถทับหางหมาอีด่างอยู่ รบกวนเลื่อนรถด้วย ขอบคุณค่ะ (ปิดด้วยเมโลดี้)

ครู - ว่าไงจ๊ะ ง ทำไมเธอถึงรู้
ง - ก็... (อึกอัก) ผมคำนวณตามโจทย์ครับ
ครู - เราไม่ได้เรียนวิชาคณิต เรากำลังเรียนวิชาความรู้ ง เราจะไปรู้ได้ไง เราอยู่แค่ ป.สี่เอง เธอจะบอกว่าเธอรู้ทุกอย่างเลยใช่ไหม ด้วยการคิดอนุมานเธอก็ตอบคำถามได้หมด อย่าหลงทางๆ ตั้งสติดีๆ 
ง - (เงียบ)
ครู - ครูต้องไปเลื่อนรถก่อน เดี๋ยวครูมา
(ครูเดินออกไป)

ก - เพิ่งมาถึงก็รู้มากซะละ
ข - นี่ฉันต้องกราบมันไหมเนี่ย พ่อสรรพัญญู
ค - จุ๊จุ๊
ง - (เงียบ) 
ก - ไม่สงสัยเลยว่าได้ย้ายโรงเรียนกลางเทอมเพราะอะไร
ข - สะหมงสมองไปหมดละ
ค - ฮึยยย
ง - (เปิดกระเป๋า เอาการ์ตูนมาอ่านแก้เกิ้อ ครูเดินเข้ามา ง เก็บการ์ตูน)

ครู - อะ เรามาต่อกันดีกว่า (เขียนกระดาน "เอเป็นคน คนทุกคนต้องตาย") วันนี้ร้อนจัง ... เอ้า จากข้อความนี้ เอต้องตายไหม
ก - ไม่แน่ครับ อาจจะไม่ตายก็ได้
ครู - อ่า ดีมาก ก เอาไปหนึ่งคะแนน แล้วถ้าบีเป็นคน บีต้องตายไหม อะ ง ครูให้โอกาสเธออีกครั้งหนึ่ง คิดดีๆ นะ
ง - (คิดนาน) ... ตายครับ
ครู - แหงะ ( ก ข ค หัวเราะ) อะไรกันเนี่ย หะ ง (ครูหัวเราะแบบสงสารเวทนา) เราจะไปแน่ใจได้ไงว่าบีต้องตาย เธอกำลังเจอทางตันแล้วล่ะ เอ้า ข ตอบสิ
ข - ก็ไม่แน่ค่ะ 
ครู - นี่งะ ง เข้าใจได้ง่ายมากเลย ครูแปลกใจมากเลยนะ เอางี้ เธอรู้จักลมไหม 
ง - ครับ 
ครู - แล้วเธอมองเห็นมันไหม 
ง - ไม่เห็นครับ 
ครู - แล้วลมมีจริงไหม 
ง - (คิดนาน) ... ไม่แน่ครับ 
ครู - แหงะ (ก ข ค หัวเราะ) มีไง ลมมันมีจริงๆ (เอามือพัดๆ หน้าใบหน้า ง ) นี่ไงลม ใช่ไหม 
ง - ครับ (พยักหน้า)
ครู - อะน้า ตั้งสติดีๆ น้า ง เพื่อนๆ เอาใจช่วยด้วยนะ คราวนี้ ซีก็เป็นคน ซีต้องตายไหม?
ง - ก็ไม่แน่ครับ ไม่แน่เหมือนกัน
ครู - ช่าย!! นี่แหละ ง นี่แหละ (ก ข ค โล่งอก) ต่อจากนี้เธอก็ไม่ต้องไปที่ไหนอีกแล้ว ยินดีต้อนรับสู่โรงเรียนของเราอีกครั้งนะ ง
(ก ข ค ยิ้มให้ ง / ค เอื้อมมือมาจับบ่า)
ครู - อ๋อย วันนี้ร้อนจัง (ครูกระพือเสื้อ / กริ่งโรงเรียนดัง) อะ หมดเวลาพอดี วันนี้ไม่มีการบ้าน ...อ่ะ 
ก - นักเรียนเคารพ 
ข ค ง - ขอบคุณคับ/ค่า คุณครู
(ครูเดินออก ก ข ค เก็บของใส่กระเป๋าเดินออก เหลือ ง นั่งอยู่คนเดียว)
ง - (พูดเบามาก) ...... (ไม่ได้ยินเนื่องจากพูดเบาเกินไป)

จบ.

 

(เรื่องแต่ง)

การเฝดเอ้าท์ของปู่

ปู่ผมมาปรากฏตัวอีกแล้ว ล่าสุดเมื่อคืนนี้ ที่เดิมในห้องครัว ปู่เป็นเหมือนเคยตอนมีชีวิตก่อนที่จะจากไป คือมักจะใช้เวลายืนนิ่งๆ เหมือนลืมไปว่ากำลังจะทำอะไรต่อไป ปู่เป็นอัลไซเมอร์อย่างรุนแรง บางวันปู่เทียววุ่นวายกับการหาข้าวกินในครัวทั้งวัน

เมื่อคืนผมเดินลงมาจากห้องนอนเพื่อมาเปิดตู้เย็นเอาน้ำไปกิน จังหวะที่ผมกำลังปิดตู้และจะเดินกลับห้องก็สังเกตเห็นเงาดำๆ หน้าตู้กับข้าว ผมจำได้ทันที ปู่นั่นเอง ปู่ยืนอยู่ในมุมมืดหน้าตู้กับข้าวเหมือนก่อนมา ผมไม่ได้เปิดไฟจึงมองไม่ถนัดนัก แต่ก็เห็นว่าแกยืนนิ่งๆ เหมือนพยายามคิดนึกอะไรเหมือนที่ปู่เป็นตอนยังไม่เสีย ผมเรียกปู่ ๆ แกหันมาทางผมแล้วมองผมอย่างสงสัยเหมือนเดิม แกจำผมไม่ได้ ผมไม่แปลกใจกับข้อนี้ ผมชินกับการแนะนำตัวเองให้ปู่รู้จักวันละสิบรอบมาหลายปีแล้ว

ทุกครั้งที่ปู่มาจะจบลงด้วยการเฝดเอ้าท์เสมอ พลังงานปู่อาจจะอ่อนแรงลงหรือยังไงไม่รู้ ปู่ค่อยๆ เฝดจางหายไปทั้งที่ยังทำหน้างงๆ อยู่ เป็นการเฝดแบบไลเนียร์ที่ไม่ได้เฝดด้วยมือแน่ๆ ต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการเฝดที่เนียนขนาดนี้ หรือถ้าเลื่อนสไลด์ด้วยมือก็คงจะเป็นฝีมือระดับพี่จิเท่านั้น เฝดไทม์ของปู่ประมาณ 6 วินาที

ตั้งแต่ปู่จากไป นี่เข้าเดือนที่ห้าแล้ว ปู่ยังมาเฝดเอ้าท์ให้ผมเห็นเป็นประจำ และทุกครั้งปู่ก็ยังทำท่าทางงงๆ ตามแบบฉบับของปู่ที่จำอะไรไม่ได้ ผมเริ่มกังวลว่า ถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ปู่ก็จะกลายเป็นสิ่งที่มีสภาพอมตะ เกิดขึ้นซ้ำๆ และมีตัวตนแบบเดิมๆ ไปจนผมตาย หลานตาย เหลนตาย บ้านนี้หายไป วันหนึ่งที่ตรงนี้อาจกลายเป็นห้างสรรพสินค้า ปู่ของผมก็อาจจะเฝดอินเข้ามาในแผนกของเล่นหรือหน้าฟู้ดคอร์ทก็ได้

 

(เรื่องแต่ง)

ฉันรักเธอมาก เพราะเหตุนี้ ฉันอยากให้เธอตายซะในเร็ววัน เพราะว่าชีวิตของเธอนั้นแสนโสมม เธอควรจะไปตายแล้วเริ่มต้นใหม่กับชีวิตหน้า หรือไม่ต้องเริ่มใหม่ก็ได้ แต่เธอควรตาย ฉันรักเธอนะ ฉันอยากจะฆ่าเธอเสียเองแต่ฉันเป็นคนดี ฉันมีอนาคต ฉันไม่อยากติดคุก และฉันไม่มั่นใจว่าฉันจะสามารถอำพรางคดีได้ดีเพียงใด

เธอเคยถามฉันว่า คิดยังไงกับเพลงของพันซ์ท่อนที่ร้องว่า "ถึงแม้วันนี้เราจะตายจากกันไป ยังไม่เสียใจเท่านี้เลย" ฉันก็ตอบว่า จริงที่สุด ความดีงามของเธอ มีค่ามากกว่าตัวเธอเองซะอีก ถ้าเธอเกิดประสบอุบัติเหตุตายห่าไปก่อนที่ความระยำต่างๆ นานาของเธอจะถูกเปิดเผย นั่นจะวิเศษมาก ดีกว่าเธอจะต้องอยู่ต่อไปอย่างคนไร้ศํกดิ์ศรี ไปตายซะเถอะ

ฉันรักเธอเหลือเกิน เธอทำไมทำอย่างนี้ ฉันจะไปหามีดคมๆ มา เพื่อจัดการเธอซะ เธอไม่มีความจงรักภักดี เธอเปลี่ยนแปลง เธอมีชีวิตเพื่ออะไรกัน เพื่อปัจจุบันขณะส้นตีนอะไร ปัจจุบันขณะเป็นข้ออ้างสวยหรูที่เธอชอบใช้เสมอมา ฉันจะทำปัจจุบันขณะของเธอให้มีค่าที่สุดเอง หลับตาลงซะ ฉันจะกดมีดลงบนคอหอยเธอละ

 

(เรื่องแต่ง)

เจ๋งเป็นหนุ่มโสดอายุสามสิบต้นๆ มีอาชีพเป็นพนักงานเดินขายเครื่องกรองน้ำตามบ้าน เขาเช่าห้องของป้าศรี ผู้ซึ่งบูชาพระศรีอาริย์มาก กราบไหว้พระศรีอาริย์รูปทุกเช้าเย็น วันหนึ่งหลังจากกลับจากการขายเครื่องกรองน้ำซึ่งวันนั้นขายไม่ได้เลย เจ๋งทุกข์มากจากความไม่แน่นอนของโลก จากความเปลี่ยนแปลงของโลก จากความไม่มีจริงของโลก เขาเลยนั่งเฉยๆ คิดบ้างไม่คิดบ้างถึงความเป็นไปของโลกดังนั้น บังเอิญเขาบรรลุธรรมเป็นพระศรีอาริย์ หลังจากบรรลุพระองค์เลยเสด็จลงบันไดไปหาป้าศรี ตอนนั้นเวลาเช้าตรู่ ป้าศรีกำลังไหว้รูปเคารพพระศรีอาริย์พอดี พระศรีอาริย์จึงดำรัสขึ้นว่า

"ป้าๆ ผมมาแล้ว ผมนี่เองพระศรีอาริย์"

ป้าที่กำลังไหว้รูปปั้นพระศรีอาริย์อยู่หันมามองหน้าพระศรีอาริย์เจ๋ง กรอกตาสำรวจสักพักจึงกราบทูลพระศรีอาริย์ว่า

"พระศรีอาริย์พ่อง"

 

(เรื่องแต่ง)

สวัสดีปีใหม่

ฉันอยากเอารอยสักออก แต่ราคาค่าลบรอยสักเลเซอร์นั้นแพงมาก มากกว่าค่าสักตั้งห้าหกเท่า ฉันจึงต้องจำใจอยู่กับมันต่อไป ฉันไม่ชอบเลยเวลาที่มองเห็นมันเวลาฉันส่องกระจกทั้งที่แขนขวา แขนซ้ายและเหนือหน้าอก

ฉันเคยชอบมันมากตอนที่สักเสร็จใหม่ๆ ฉันมักหาโอกาสถอดเสื้อเสมอๆ เพราะความเห่อ โชว์รอยสักให้เพื่อนๆ เห็น ฉันมักมองดูมันในกระจกด้วยความชื่นชม

พอถึงปีใหม่ที่ผ่านมา ฉันกลับรู้สึกไม่ชอบมันอีกต่อไป ฉันอยากให้ร่างกายของฉันกลับมาเป็นผิวหนังที่โล่งๆ ไม่มีรอยสัก แต่อย่างว่า ค่าลบรอยสักแพงและฉันก็ไม่มีเงินพอ และถึงลบรอยสักไปแล้ว มันก็จะมีรอยแผลเป็นค้างอยู่

ฉันเคยคิดตั้งแต่ก่อนสักว่า ความชอบของฉันจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง อย่างไรซะฉันก็จะไม่มีทางเกลียดมัน ฉันรักมัน มันเป็นลวดลายที่บ่งบอกความเป็นตัวฉัน ลายที่ดุดันและสื่อถึงความหยิ่งทะนงองอาจ ฉันเป็นอย่างนั้น ตัวตนอันยิ่งยงของฉันจะมีรอยสักเป็นเครื่องแสดงถึงสัญลักษณ์อันเกรียงไกรนี้

แต่แล้วพอผ่านปีใหม่มานี้ ฉันก็กลับรังเกียจมัน กรณีนี้ทำให้ฉันรู้ว่าฉันไม่ได้เป็นคนที่มีความมั่นคงแน่วแน่อะไร ทั้งๆ ที่ตอนนั้นฉันรู้สึกและคิดอย่างนั้นจริงๆ แต่ตอนนี้ความคิดของฉันตอนนั้นกลับกลายเป็นเรื่องน่าหัวเราะเยาะไปซะแล้ว ความคิดอันไร้เดียงสาของเด็กที่ว่า "ฉันจะไม่เปลี่ยนไป" ฉันจะทำอะไรแบบเดิมๆ จะคิดจะชอบอะไรแบบเดิมๆ และจะไม่มีทางเปลี่ยนแปลงความคิด ความเชื่อของฉันจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เวลาจะต้องเป็นสิ่งสัมบูรณ์ ปัจจุบันขณะของฉันมีจริง ค่าพายเท่ากับ 3.14159... ประเทศไทยมีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย

ตัวฉันไม่ได้เป็นแบบที่รอยสักเป็นอีกแล้ว ฉันไม่ได้ดุดันหรือทะนงอะไร ฉันไม่กล้าสบตาคนเวลาเดินถนนด้วยซ้ำ ฉันใช้เวลาส่วนใหญ่ในห้องส่วนตัว นอนเซื่องๆ ซึมๆ เหมือนหมาแก่ป่วยๆ

ฉันคิดว่ามันแย่จริงๆ ที่ฉันเป็นคนโลเลเหลวไหลจากที่เคยชอบรอยสักนั้นวันนี้ก็มาเปลี่ยนไป แล้วความผิดหวังในตัวเองอันนี้ก็ได้ทำให้ฉันคิดตัดสินตัวเองอีกครั้ง แต่พอฉันจะยืนยันกับตัวเองอีกในใจว่า "แกเป็นคนโลเลอย่างแน่นอน" ฉันก็กำลังจะทำให้เกิดการประกาศสิ่งที่เป็นความแน่นอนขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นความโง่ซ้ำซ้อนไปกว่าเดิมอีก ฉะนั้นฉันจึงคิดเพียงว่าฉันไม่รู้จะเป็นอะไรต่อไป ฉันเป็นอนิจจัง มันทำให้เกิดความสบายใจกับฉันมากทีเดียว

ปีใหม่นี้ฉันจึงอยู่กับความรำคาญหน่อยๆ ส่วนหนึ่ง รำคาญรอยสัก รำคาญตัวเองที่เปลี่ยนไปมา และฉันก็มีความสุขส่วนหนึ่งด้วยที่ได้ปลงสังเวช คิดเล่นๆ ไปว่าเพราะว่ามันจะเป็นอะไรไม่รู้นี่แหละ วันหนึ่งฉันอาจจะกลับมาชอบรอยสักของฉันก็ได้ หรือไม่อย่างนั้นฉันก็อยู่กับมันต่อไปในฐานะสิ่งที่ย้ำเตือนความโง่ของฉัน ความจองหองที่คิดว่าฉันจะไม่เปลี่ยนไป

ในช่วงปีใหม่ฉันอยากให้ทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรงและร่ำรวยเงินทองนะ ฉันขอสวัสดีปีใหม่ ขอให้มีความสุขกับสิ่งที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ นี้ทุกคน

(เรื่องแต่ง)

ฉันไม่ทันได้ตั้งชื่อเรื่อง

ฉันชอบทนฝืนอดหลับอดนอนในตอนกลางคืนแม้จะง่วงเท่าไหร่ ฉันก็จะทนฝืนหาอะไรทำอย่างเช่นเล่นเกมหรืออ่านหนังสือเพื่อให้ตาค้างอยู่ได้ พอใกล้เช้าฉันจึงนอน เพราะฉันเคยหลับฝันไปในตอนเช้าตรู่แล้วพบว่ามันเป็นฝันที่น่ากลัวและหม่นหมองอย่างมากจนฉันแทบจะร้องไห้ออกมา ฉันจึงลองทำอย่างเดิมคือนอนหลับในตอนที่พระอาทิตย์เริ่มขึ้นจากฟ้า เผื่อจะฝันแบบเดิมอีก ฉันอยากจะรู้สึกกับอะไรสักอย่าง เพราะฉันกำลังประสบปัญหากับความรู้สึกที่ไม่ทำงานมานานมาก เมื่อฉันรู้สึกฉันจึงดีใจและมีความหวัง ไม่ว่ามันจะเป็นความรู้สึกแบบใด ดีหรือร้าย มันก็น่ายินดีทั้งนั้น ฉันอยากเห็นวัดเก่าๆ ซึ่งมีผีอยู่เต็มอีกครั้ง มันทำให้ฉันหดหู่มาก ฉันชอบมากเลย

เมื่อคืนเป็นอีกครั้งที่ฉันฝืนอดนอนเพื่อจะนอนตอนรุ่งสาง ฉันหลับไปตอนตีห้าและฝัน แต่แทนที่มันจะเป็นความฝันหม่นเทา ฝันถึงหมาบ้าและผีร้าย ในฝันฉันเจอกับเสียงสะท้อน เธอยืนรอรถเมล์อยู่ที่ไหนสักแห่ง ฉันถามว่าเธอมารอรถเมล์สายอะไร เธอตอบว่า สาย 6 ฉันเลยอาสารอเป็นเพื่อน เธอมีขี้มูกไหลย้อยออกมาจำนวนมากมาย ในมือมีผ้าขนหนูสีขาวที่เตรียมไว้เช็ดน้ำมูก แก้มแดงเพราะอาการป่วย ฉันเลยถามว่าไหวไหม เธอบอกว่า "จะไหวได้ยังไง .. ฉันไม่ใช่แผ่นดิน" ฉันเลยบอกว่า "ถ้างั้นให้ฉันไปส่งที่บ้านแล้วกัน เพราะกำลังไม่ค่อยสบาย" รถเมล์คันที่สามก็วิ่งเข้ามา มันคือรถเมล์สายหก พอขึ้นรถไปแล้วเธอก็หลับทันทีด้วยความอ่อนเพลีย ขี้มูกก็ไหลย้อมมาเปรอะที่เสื้อของฉัน จนฉันต้องคอยเอาผ้ามาเช็ดให้ ผ้านั่นเละเทะไปหมดด้วยขี้มูกมากมาย

รถเมล์ขับมาในโรงเรียนก็จอดและคนขับก็ตะโกนว่า "ถึงโรงเรียนแล้ว เชิญทำบุญซื้อสังฆทานถวายได้" ฉันไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เธอตื่นและถามว่า "ถึงโรงเรียนสังฆทานแล้วหรอ" ฉันตอบว่าอือ เธอเลยนอนต่อ ฉันมองเห็นคนถือสังฆทานเข้าแถวยิ้มเชื้อเชิญที่หน้ารถจำนวนมากทั้งเด็และผู้ใหญ่ พอผู้โดยสารคนอื่นๆ ทำธุระเกี่ยวกับสังฆทานที่ฉันไม่ค่อยเข้าใจเสร็จและขึ้นมาจนครบรถก็ออกเดินทางต่อ ขับขึ้นเขาผ่านหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งที่อยู่บนเนินเขาแลดูน่ารัก มีบ้านสองชั้นที่สร้างในยุค พ.ศ. 2510 เรียงกันไปหลายหลัง หลังบ้านเหล่านั้นเป็นสนามหญ้าซึ่งมีลานหญ้าและกอดอกไม้เป็นแห่งๆ หน้าบ้านเหล่านั้นเป็นสนามหญ้าที่ปนไปด้วยดินทราย คล้ายบ้านของนายพันที่ฉันเคยไปตัดหญ้าสมัยเป็นทหารเกณฑ์ มีต้นมะม่วงหน้าบ้านเหล่านั้น รถขับไปไม่นานก็พ้นหมู่บ้าน

หลังจากนั้นฉันก็จำความฝันได้เลือนรางนัก ไม่ปะติดปะต่อ มีทุ่งหญ้าในแดดสดใส กับลำธาร เถียงนาซึ่งมีคนขึ้นไปเล่นไฮโลกัน มีเพื่อนที่เรียน ป.โท นั่งเล่นกับเขาด้วย มีมังกรเชิดในงานฉลองศาลเจ้าลอยไปในลำธาร ฉันจำได้ประมาณนี้

พอตื่น ฉันเกือบร้องไห้ออกมา เพราะดีใจที่ฉันมีความรู้สึกกับเรื่องต่างๆ ได้อีกครั้ง ฉันไปอาบน้ำตามวิถีชีวิตปกติ แล้วฉันก็ดันหยิบขวดยาสระผมมาถูตัวและเอาสบู่เหลวมาสระผม นั่นทำให้เกิดข้อผิดพลาดคือ ผมของฉันเต่งตึงและขาวใส และผิวของฉันนุ่มสลวยพลิ้วไม่พันกัน เป็นเพราะว่าฉันมัวแต่คิดถึงเสียงสะท้อนที่ขี้มูกไหล ฉันจึงตั้งใจใหม่และทาแป้ง แต่แล้วฉันดันเผลอหยิบแป้งกรอบโกกิมาทาแทนแป้งตรางู ตอนที่ฉันเดินออกมาเพื่อรอรถเมล์ไปซ้อมดนตรีที่ร้าน คนจำนวนมากจึงทักทายฉันว่า "ที่ห้องฉันมีกระทะและน้ำมันพืช ไปกับฉันไหม" บ้างก็จะเข้ามานวดฉันพร้อมแลบลิ้นอย่างหิวโหย.

(เรื่องแต่ง)
อัตตาเปิดประตูอย่างทุลักทุเลเข้ามาในบ้านเพราะทั้งสองมือมีถุงพลาสติกห้อยเต็มหลายถุง ผมนั่งที่โซฟาร้องทัก
"ซื้ออะไรมาเยอะแยะ"
"ความโง่กับความหลงแสนอร่อยที่นายชอบไง อบร้อนๆ เลยมีความจองหองกินแกล้มด้วย"
"เวร" ผมสบถ "ที่กองอยู่เต็มบ้านจนไม่มีทางเดินมันยังไม่พออีกหรอ"
"ฉันหวังดีนะ กลัวว่านายจะหิว" อัตตาดูจ๋อยเพราะโดนด่า
"เอาเถอะ ไหนๆ ก็ซื้อมาแล้ว" ผมอยากปลอบ 
หลังจากนั้นผมเลยแกะกินจนหมด โดยมีอัตตานั่งมองอย่างปลื้มใจ 
"ขอบใจนะ" ผมกล่าวหลังจากเรอ
"ไม่เป็นไรดีแล้ว เธอกินเยอะๆ ฉันจะได้โตไวๆ" อัตตายิ้ม