บางครั้งก็ต้องโกหกเด็ก ๆ บ้างเพราะมันจำเป็น
posted on 23 Sep 2011 17:06 by patrweera in shortstory
“น้ากันย์ต้องหกเหวตายเดี๋ยวนี้”
น้องเทิดหลานชายวัย 8 ขวบ กำลังใช้เท้าเล็ก ๆ เหยียบขยี้มือผมที่เกาะอยู่กับกิ่งไม้บนหน้าผาแดงจันทร์ จุดชมวิวบนเส้นทางเดินป่าของอุทยานที่นาน ๆ จะมีคนผ่านมาสักทีแล้วนี่มุกหายไปไหน เวลาคับขันแบบนี้ดันหายไปซะได้ สงสัยจะหิวเลยรีบเดินนำหน้ากลับไปหาอะไรกินที่ศูนย์นักท่องเที่ยว ปล่อยผมไว้กับน้องเทิดผู้น่ารักซึ่งกำลังทำทุกวิถีทางเพื่อให้
ผมร่วงลงสู่ก้นเหวลึกเบื้องล่าง
ตอนที่ผมยืนชมวิวสวยงามจากปลายผาแกฉวยโอกาสผลักผมเซร่วงลงมา ดีนะที่คว้ากิ่งไม้ไว้ได้ทัน จริง ๆ ถ้าไม่มีมีน้องเทิดคอยทำโน่นทำนี่เพื่อจะฆ่าผมให้ได้ผมคงปีนขึ้นมาจากหน้าผาได้ด้วยตัวเองแต่นี่แกทั้งทุบหัวผมด้วยก้อนหิน ตีด้วยท่อนไม้ โรยฝุ่นใส่ตา กระทืบมือผม พยายามแงะนิ้วมือที่ผสานกันแน่นกับกิ่งไม้แห่งชีวิตออก ทำสารพัดวิธี ผมเตือนแกว่าให้ระวังด้วยเพราะเดี๋ยวแกอาจจะพลัดตกเหวซะเอง ถ้าเป็นอย่างนั้นผมซวยหนักแน่ ๆ
แกพูดไม่หยุดปากว่า “น้ากันย์ต้องตาย ๆ” ผมถามไปว่าทำไมน้ากันย์ต้องตายล่ะครับน้องเทิดด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่ม แกบอกว่าน้ากันย์จำได้ไหมเมื่ออาทิตย์ก่อนน้ากันย์ทำน้องเทิดตกบันได น้องเทิดเจ็บ น้องเทิดเจ็บ ! แกกรีดร้องทั้งน้ำตาน้ำมูก สรุปคือน้ากันย์ต้องตกเหวบ้าง ผมบอกว่าผมไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นอุบัติเหตุ แกบอกว่าเวลาเทิดเดินชนขาโต๊ะ แม่ก็ยังถีบขาโต๊ะจนหัก ฉะนั้นน้ากันย์ต้องตกเหวบ้างเป็นการตอบแทนผมบอกว่าเหวกับบันไดมันค่อนข้างต่างกันอยู่มาก เอาไว้กลับไปที่บ้านน้องเทิดค่อยพลักผมตกบันไดบ้างก็ได้น้องเทิดบอกว่าน้ากันย์โตแล้วก็ต้องตกอะไรที่สูงกว่า โอเค ประเด็นนี้ตกไป
ผมบอกว่าน้ามุกอาจเดินกลับมาตามหาเราแล้วถ้าเห็นว่าน้องเทิดทำแบบนี้จะต้องโดนตีแน่เลยนะ น้องเทิดบอกไม่มีทางซะล่ะ เพราะน้ามุกรักเทิดมากกว่ารักน้ากันย์อีก ผมถุยฝุ่นดินที่แกบรรจงโรยใส่หน้าผมแล้วพูดต่อว่าถ้าพ่อกับแม่รู้ก็ต้องโดนตีเหมือนกัน แกบอกว่าใครจะไปรู้ ตอนนี้ไม่มีใคร กลางป่าลึกอย่างนี้ใครจะมาสืบค้นอะไรได้ น้องเทิดจะบอกกับทุกคนว่าเราหลงกัน เท่านั้นก็จบ
แกเดินหายไป ผมได้โอกาส พยายามเหยียบแง่หินเพื่อจะปีนขึ้นมา แต่มันก็ลำบากพอดูเหมือนกันเพราะมันร่วนแตกง่ายดาย ขณะที่ผมกำลังดึงตัวเองขึ้นไปทันใดนั้นท่อนไม้ขนาดเท่าแขนก็กระแทกเข้าที่เบ้าตาผมอย่างจัง
“ไปตายสักทีน้ากันย์” แกคำรามพร้อมกระหน่ำถองผมอีกสี่ห้าดอกจนหน้าผากแตก
ผมคิดว่าเรื่องอะไรดีที่จะเปลี่ยนจิตใจอาฆาตอย่างรุนแรงนี้ได้ หรือผมควรจะขู่แกไปเลยว่า “หยุดเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นน้าจะปีนขึ้นไปแล้วก็จะหักคอน้องเทิดซะ” ไม่น่าจะเวิร์ค แกไม่เคยโดนใครขู่ แกไม่กลัวผมหรอก การพูดอย่างนั้นอาจทำให้ชีวิตผมจบเร็วขึ้นก็ได้ แต่สุดท้ายเดชะบุญ ! ผมก็คิดออกว่าจะทำอย่างไร
“น้องเทิดเคยได้ยินเรื่องนรกไหมครับ”
“ไม่เคย” แกขว้างผมด้วยท่อนไม้
ผมถุยเลือด “ถ้าน้องเทิดทำแบบนี้ตายแล้วต้องตกนรกแน่เลย”
“ตกนรกแล้วยังไงหรอ” แกโรยฝุ่น
ผมถุยฝุ่น “ก็ต้องโดนลงโทษไงล่ะจะมียมทูตมาตัดสินคนผิด คนที่ทำให้คนอื่นตายต้องถูกทรมานด้วยนะ เหมือนที่น้องเทิดพยายามจะทำให้น้าตกเหวตายตอนนี้แหละ พอตกนรกก็จะมีคนเอาหอกมาแทงแต่เทิดก็ไม่ตายแต่ต้องเจ็บปวดทรมานเป็นแสนล้านปี ต้องลงไปอยู่ในกระทะทองแดงร้อนเหมือนถูกไฟเผาตลอดเวลา แล้วก็ต้องปีนต้นงิ้วโดนหนามงิ้วตำแต่น้องเทิดก็ต้องปีนขึ้นไปเพราะข้างล่างมีคนคอยเอาหอกแทงก้นตลอด แล้วพอขึ้นไปข้างบนก็ยังมีอีกามาจิกหัวสมองไหลด้วยน้า...” แกเริ่มนิ่ง
“เทิดไม่เชื่อ น้ากันย์โกหก แต่งนิทานหลอกเทิด”
“ไม่ได้โกหก ใคร ๆ ก็รู้ว่าทำอย่างนี้บาปตกนรกแน่เพราะใครบอกรู้ไหม เขาเชื่อกันหมด”
“ใครบอก” น้องเทิดทำตาขวาง
“ธุจ้าไง ธุจ้าบอก”
“จริงหรอฮะ ! ธุจ้า ธุจ้า ของน้องเทิด” น้องเทิดประนมมือไหว้ปลก ๆ ผมโล่งใจเหมือนยกดาวเสาร์ออกจากหัวกระบาล ในที่สุดก็สำเร็จ ทำไมผมไม่นึกออกตั้งนานแล้วนะว่าต้องพูดเรื่องนี้ ผมขออนุญาตแกปีนขึ้นไป “น้ากันย์ปีขึ้นไปแล้วนะครับ” ใช้เวลาพักหนึ่งผมก็ขึ้นมาสำเร็จ
มุกเดินออกมาจากราวป่าพอดี ตะโกนด่าผมแว้ด ๆ ว่ามัวทำอะไรอยู่ บอกให้รีบกลับไปกินมื้อเที่ยงสักที มันชืดหมดแล้ว มุกตวัดหันหลังกลับ ผมตบหลังน้องเทิดเบา ๆ “ไปเราไปกินข้าวกัน” หลานชายของผมไม่ว่าอะไร เดินตัวตรงเหมือนหุ่น สักพักก็วิ่งแจ้นไปเกาะแขนน้ามุก
ผมนี่ก็เก่งจริง ๆ นะ รอดตัวไปได้ด้วยปฏิภาณความฉลาดของตัวเองแท้ ๆ ถ้าโง่ ๆ คิดไม่ทันตกเหวตายเป็นผีเฝ้าป่าไปแล้วล่ะ ผมนึกขอบคุณคนแต่งเรื่องนรก นึกขอบคุณธุจ้าของน้องเทิดอย่างจริงใจ แม้ว่าที่ผมพูดไปมันจะเป็นเรื่องโกหกก็ตาม
มันจำเป็นนี่นา.
...
...
edit @ 23 Sep 2011 17:34:32 by ภัทร วีระ
edit @ 23 Sep 2011 17:37:47 by ภัทร วีระ