ความสนุกสนาน

posted on 16 May 2008 00:38 by patrweera  in shortstory

     เธอเดินเข้ามาในห้องผมแล้วทักทายด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน แต่ไม่มีความหมายอะไรมากไปกว่าการเล่นสนุกอย่างเด็ก ๆ วัยก่อนเข้าโรงเรียนที่ชอบคิดประดิษฐ์ประดอยพยางค์ต่าง ๆ ที่ไร้ความหมาย แล้วหัวเราะร่าไปกับมัน

     "ซิลิกุม ปะรึกสมาดิเย้อุย"

     ผมตอบกลับไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า

     "อึด..........มาทาแสสสส..จิมโบ๊ะ"

     เธอหัวเราะร่าเหมือนตอนที่ผมยื่นอมยิ้มอันเท่าหัวให้เธอ

     ทันใดสีหน้าเธอก็เปลี่ยนอย่างกระทันหัน บูดบึ้งลงก้มหน้าเบะปาก บ่นเบา ๆ ออกมาว่า

     "จิกกะดุย สะมตุนันทะกานาสาราอี๋...."

     น้ำตาเธอเริ่มรินไหลอาบแก้ม ผมรีบลุกจากโต๊ะทำงานปรี่เข้าไปลูบหัวปลอบโยนเธอ เธอหมายถึงอะไรนะที่พูดเมื่อกี้ แต่ช่างมันเถอะ เธอก็คงไม่รู้เหมือนกัน ไม่เห็นต้องใส่ใจ แต่ผมก็ช้าลงไปมาก ไม่รู้ว่าเธอชักเอาค้อนออกมาตอนไหน ค้อนตีตะปูด้านที่เอาไว้ถอนกระแทกเข้าที่หน้าผากผมอย่างจัง เธอยิ่งหัวเราะชอบใจ เลือดย้อยลงมาดูสวยงาม เฮอะ ๆ ผมกระโดดไปรอบ ๆ ห้องไล่จับเธอ เราวิ่งวนกันไปมารอบ ๆ ห้อง แล้วเธอก็พลาดล้มลงจนได้ สายเคเบิ้ลอินเตอร์เน็ตที่ถูกแปะกับพื้นอย่างลวก ๆ รวบเธอลงไป เสียงสะโพกนุ่ม ๆ กระแทกลงบนพรม ตามมาด้วยเสียงหัวกระแทกตามไปติด ๆ

     เธอนิ่งอยู่อย่างนั้นเหมือนตายไปแล้ว ตาค้างไม่กระดุกกระดิก ซึ่งผมก็รู้ดีว่าเป็นมุขตื้น ๆ ที่เธอนิยม ผมจึงเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานอย่างเดิม พยายามยามกลับมาจดจ่อกับงานที่ค้างเสียใหม่ พอผมหันกลับไปที่พรมเธอก็อันตรธานหายไปเสียแล้ว ไม่ว่าจะในครัว หรืออาจจะเป็นตู้เสื้อผ้า ไม่ก็ห้องน้ำ ที่เธอไปซ่อนอยู่ ผมกลับมาจดจ่อที่หน้าจอคอมพิวเตอร์อีกพักหนึ่งเพื่อเซฟต้นฉบับส่งแนบไฟล์ไปกับอีเมล์ เสียงเพล้งก็ดังขึ้น ผมปล่อยเธอรอนานเกินไป ถ้าเธอรอนานก็เป็นธรรมดาที่จะหงุดหงิดกันบ้าง พอผมไปถึงห้องครัว ก็พบเศษจานดีลุกซ์แวร์สุดหวงของลูกชายแตกกระจายเต็มพื้น ตอนนี้ผมเริ่มนึกถึงลูก ๆ จนกลัวจับจิตจับใจ ส่วนเธอเริ่มตะหงิด ๆ นิดว่าคงทำอะไรผิดไปสักอย่าง แต่แล้วเธอกลับมาร่าเริงกระโดดเขย่งเท้าหลบเศษจานออกไปที่ระเบียง

     ผมเหลียวมองนาฬิกาข้างฝาบอกเวลา บ่ายสาม ตายแล้ว นี่ผมกับเธอเล่นกันเพลินจนเกือบจะบ่ายสาม ไม่มีเวลาจะไปดูหอยทากหรือเป่าก้นกระต่ายเล่นอีกแล้ว ก่อนนั้นต้องเก็บเศษจานให้หมดก่อน แล้วไหนจะคราบเลือดที่เปรอะตามพรม คิดไปคิดมาผมก็ขี้เกียจซะแล้ว เพราะลูก ๆ ของเราเป็นคนใจดี เราคงจะโดนไม้บรรทัดอิเล็กตรอนตีมือสักสองสามที อย่างมากก็คงจะกักบริเวณ แต่เธอนั้นเองที่ชอบการกักบริเวณ มันคงทำให้เธอรู้คุณค่าของคำว่าอิสระเสรีมากขึ้นทุกทีที่ได้มันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

...

 

edit @ 16 May 2008 01:20:40 by ภัทร วีระ